Page 1

RSUNEWs อาร์เอสยูนิวส์

Issue No.1 March 2013

The Road To AEC มุ่งหน้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


ธงชา ิอาเซียน มีสัญลักษณ์คือ ้นข้าวสีเหลือง 10 ้นมั รวมกันไว้ หมายถึงประเทศสมาชิกรวม กันเพื่อมิ รภาพและความเป็นน้ำาหนึ่งใจเ ียวกัน

EDITOR’S NOTE บทบรรณาธิการ

เ รียมพรอมสูเออีซี นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายใน ประเทศที่ยังปราศจากข้อยุติและมีท่าทีว่าจะยืดเยื้อต่อเนื่องไปในอนาคต อีกปรากฏการณ์ที่สังคมไทยต้องเตรียมพร้อมรอรับคือความเป็นสมาชิกภาพ ของประเทศไทยในการหลอมรวมเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจเดียวกันของ กลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ที่จะถึงนี้ การพั ฒ นาควบรวมเป็ น ตลาดเดี ย วของกลุ่ ม ประเทศอาเซี ย น ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของภูมิภาคและประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงสมาชิกในอนาคต โดยการลดต้ น ทุ น การค้ า ขายและต้ น ทุ น การขนส่ ง เคลื่ อ นย้ า ยสิ น ค้ า และ แรงงานระหว่างประเทศ ลดเพดานภาษีและข้อจำากัดในการเดินทางระหว่าง ประเทศ จะก่อให้เกิดหน่วยการตลาดทีม่ ปี ระชากรผูบ้ ริโภคมากกว่า 600 ล้านคน ที่ร่วมอาศัยในเขตเศรษฐกิจเดียวกัน และจะสามารถเดินทางประกอบธุรกิจ รวมทั้งเดินทางเชิงท่องเที่ยวได้สะดวกและง่ายดายขึ้น ความตื่นตัวต่อกระแสการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในสังคมไทยในเวลาที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นทั้งความคาดหวังและความกังวล ที่มีต่อผลดีและผลเสีย รวมถึงความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยใน ฐานะหนึ่งประเทศสมาชิก นิตยสารอาร์เอสยูนวิ ส์ฉบับนี้ ได้รวบรวมบทความ ทัศนะ และข้อคิด รวมทั้งคำาแนะนำาและคำาเตือน จากผู้นำาทางความคิดของสังคมไทย ในแง่ของ สมาชิกภาพของประเทศไทยในประชาคมอาเซียน รวมถึงผลดีและผลเสีย ที่สังคมไทยควรเตรียมพร้อมรอรับมือในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทางคณะผู้จัดทำาหวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากเนื้อหาสาระใน เล่มเพื่อการเตรียมพร้อมในการเป็นประชากรของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ต่อไป

สีนำ้าเงิน สีแดง สีขาว สีเหลือง

RSUNEWs อาร์เอสยูนิวส์

Issue No.1 March 2013

The Road To AEC มุ่งหน้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

RSU NEWS

ISSUด No.1 March 2013

CONTENT

TIMELINE ASEAN 1967/2510

สารบัญ 1977/2520

TIMELINE ASEAN

05

ASEAN IN NUMBER

06

อาเซียน: จากสมาคมสู่ประชาคม

09

AดC ใน ASดAN

12

1995/2538

รับประชาคมอาเซียน ้วยประชานิยม

14

1997/2540

ทัศนะ: ร.อาทิ ย์ อุไรรั น์

16

PREPARING for ASEAN

18

1999/2542

EDITORIAL STAFF

ใ ้กระแสอาเซียน

22

2002/2545

กองบรรณาธิการ

ห่วงจีน-อินเ ีย จ้อง ัก วง ทรัพยากรอาเซียน

24

บทเรียนวิกฤ ิยูโรโซน ่อประชาคม

26

บรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา วีระยุทธ โชคชัยมาดล กองบรรณาธิการ อนล นาครทรรพ, อัฐพนธ์ แดงเลิศ, จิรภัทร จันทร์อนิ ,

อัญมณี ปานอิ่ม, เมธารัศมิ์ วงศ์สมนึก, ชวัลรัตน์ จตุเทน ศิลปกรรม เกวภร สังขมาศ

1984/2527 1992/2535

1998/2541

พิมพ์ที่

บริษัท ส.เจริญการพิมพ์ จำากัด โทร. 0-2913-2081 แฟกซ์. 0-2913-2081 จำานวน 3,000 เล่ม

2003/2546 2004/2547

2006/2549

จั ทำาโ ย

ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์ ชั้น 5 อาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต 52/347 ถนนพหลโยธิน หลักหก ปทุมธานี 12000 โทรศัพท์: 0-2791-5661-5 โทรสาร: 0-2791-5664 E-mail: rsunews@hotmail.com

หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า หมายถึง ความบริสุทธิ์ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

2007/2550

อ่านนิ ยสารฉบับออนไลน์และ ูข้อมูลเพิ่มเ ิมไ ้ที่

www.rsunews.net Email: rsunews@hotmail.com Twitter: @RSUNews Facebook: อาร์เอสยูนิวส์ (RSU News)

2010/2553 2015/2558

8 สิงหาคม ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asain Nations): ASEAN 5 ประเทศ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ // ปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียนครั้งแรก ณ เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ลงนามปฏิญญาสมานฉันท์อาเซียน (Declaration of ASEAN Concord) และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Coop eration in Southeast Asia: TAC) // ลงนามความตกลงว่าด้วยสิทธิพิเศษทางการค้าอาเซียน บรูไน เข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน การพัฒนาเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เกิดจากการประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียน (ASEAN SUMMIT) ณ ประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน ลาว และพม่า เข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน // ความตกลงด้านศุลกากรอาเซียน (ASEAN Agreement on Custom) กรอบความตกลกยอมรับร่วมกันของอาเซียน (the ASEAN Framework Agreement on Mutual Recognition Agreement: MRAs) กัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน ประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียน (AEAEN SUMMIT) เพื่อนำาไปสู่การเป็น เขตประชมคมเศรษฐกิจอาเซียน (ACE) ณ ประเทศกัมพูชา จัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) / ข้อตกลงบาหลี 2 – ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนเพื่อจัดตั้ง AEC ให้สำาเร็จ ภายใน 2015/2558 ความตกลงว่าด้วยการรวมกลุ่มสาขาสำาคัญของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement for the Integration of Priority Sectors) จากการประชุมสุดยอดผู้นำาอาเซียน (ASEAN SUMMIT) ณ ประเทศลาว รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการรวมกลุ่มสาขาสำาคัญของอาเซียนและพิธีสารว่าด้วยการรวมกลุ่ม สาขาสำาคัญ (ฉบับแก้ไข) ลงนามจัดทำาร่างกฎบัตรอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อ 15 ธ.ค. 2551 ประกาศใช้เขตการค้าเสรีอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน-ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน RSU NEWS

March

2013

05


06

RSUNEWS February

2013

RSUNEWS

February

2013

07


PHONES แนวโน้มจำนวนโทรศัพท์มือถือเฉลี่ย ่อคน (หน่วย: คน/เครื่อง) ป 2006-0.4 ป 2009-0.5 พม่า 0-400 ป 2014-1.4 ป 2015-2 ลาว,กัมพูชา 401-800 ไทย,อินโ นีเซีย,ฟลิปปนส์,บรูไน 801-1,200 มาเลเซีย,สิงคโปร์ 1,201-1,600 เวีย นาม 1,601-2,000

Mobile Phones Density

อาเซียน:

จำนวนโทรศัพท์มือถือ ่อ ประชากร 1,000 คน (หน่วย: เครื่อง)

จากสมาคมสูประชาคม ศูนย์การเตรียมพร้อม สู่ประชาคมอาเซียน

ความหนาแนนของประชากร

บรูไน 71

หน่วย: คน / ารางกิโลเม ร

กัมพูชา 84

อินโ นีเซีย 125

มาเลเซีย 87 ลาว 26

08

พม่า 89

RSUNEWS February

2013

ไทย 131

มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

เวีย นาม 292

สิงคโปร์ 7,150

ฟลิปปนส์ 313

ข้อมูลจาก www.facebook.com/ASดANDNA

ลอ ระยะ เวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา สมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนได้มีพัฒนาการมา เป็นลำาดับ และไทยก็มีบทบาทสำาคัญในการผลักดันความร่วมมือของ อาเซียนให้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด โดยอาเซียนเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2510 ภายใต้ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็น ผลมาจากสงครามเย็น และปัญหาความขัดแย้งด้านดินแดนระหว่าง ประเทศในภูมิภาค ทำาให้หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความจำาเป็นใน การร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยในขณะนั้น ได้มีบทบาทสำาคัญในการเจรจาไกล่เกลี่ยความ ขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และได้เชิญให้รัฐมนตรีต่างประเทศ ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลปิ ปินส์ และสิงคโปร์ มาหารือร่วมกันทีแ่ หลมแท่น จ.ชลบุรี

RSU NEWS

March

2013

09


อั น นำ า มาสู่ ก ารลงนามในปฏิ ญ ญากรุ ง เทพ เพื่อก่อตั้งอาเซียน ที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ไทยจึงถือเป็นทั้งประเทศผู้ร่วม ก่อตั้งและเป็น “บ้านเกิด” ของอาเซียน อาเซี ย นได้ ข ยายสมาชิ ก ภาพขึ้ น มาเป็นลำาดับ โดยบรูไนได้เข้าเป็นสมาชิก เป็นประเทศที่ 6 ในปี 2527 และภายหลังเมื่อ ประเทศในเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ที่ เ หลื อ อีก 4 ประเทศ คือ เวียดนาม ลาว พม่า และ กัมพูชา ได้ทยอยกันเข้าเป็นสมาชิกจนครบ 10 ประเทศ เมื่อปี 2542 นับเป็นก้าวสำาคัญที่ไทย ได้มีบทบาทเชื่อมโยงประเทศที่ตั้งอยู่บนภาค พื้นทวีปและประเทศที่เป็นหมู่เกาะทั้งหมดใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน โดยมีประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลาง ถึงแม้ว่าปฏิญญากรุงเทพจะมิได้ระบุ ถึงความร่วมมือด้านการเมืองและความมัน่ คง โดย กล่ า วถึ ง เพี ย งความร่ ว มมื อ กั น ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา การเกษตร อุตสาหกรรม การส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ ในภูมภิ าค แต่อาเซียนได้มบี ทบาทสำาคัญในการ

เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศใน ภูมิภาค ลดความหวาดระแวง และช่วยเสริม สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำานวยต่อการพัฒนา ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ประเทศไทย โดยท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ได้มบี ทบาท สำาคัญในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ของอาเซียนให้มีความคืบหน้า โดยการริเริ่ม ให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ ASEAN Free Trade Area (AFTA) ขึ้นเมื่อปี 2535 โดยตกลงที่จะลดภาษีศุลกากรระหว่าง กันให้เหลือร้อยละ 0-5 ในเวลา 15 ปี ซึ่งต่อมา ได้ลดเวลาลงเหลือ 10 ปี โดยประเทศสมาชิก

เก่า 6 ประเทศ ได้ดำาเนินการแล้วเสร็จในปี 2546 ในขณะที่ประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ดำาเนิน การเสร็จสิ้นในปี 2551 ในปั จ จุ บ ั น บริ บ ททางการเมื อ ง เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะการขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อย่ า ง รวดเร็วของประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง คือ จีน และอินเดีย ตลอดจนปัญหาท้าทายความมั่นคง ในรูปแบบใหม่ เช่น โรคระบาด การก่อการ ร้าย ยาเสพติดและภัยพิบัติ ทำาให้อาเซียน จำ า เป็ น ต้ อ งปรั บ ตั ว เพื่ อ ให้ ส ามารถรั บ มื อ กั บ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมระหว่าง ประเทศ รวมทั้งเพื่อจัดการกับปัญหาท้าทาย

เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่ อ มาที่ ป ระชุ ม สุ ด ยอดอาเซี ย นที่ บาหลี เมื่อปี 2546 ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ที่จะสร้างประชาคมอาเซียน โดยมีการจัดทำา แผนงานด้านต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดัง กล่าว นำามาสู่การจัดทำากฎบัตรอาเซียน เพื่อ วางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของ อาเซียน ทำาให้อาเซียนเป็นองค์กรเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง ทั้งนี้ กฎบัตรฯ ได้เริ่มมีผลใช้บังคับ แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นช่วง เวลาเดียวกับที่ประเทศไทยได้เข้าดำารงตำาแหน่ง ประธานอาเซียน ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ได้รับรองปฏิญญาชะอำา-หัวหินว่าด้วยแผน

งานสำาหรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนใน ทั้ง 3 เสาหลัก คือ ประชาคมการเมืองความ มั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคม สังคมและวัฒนธรรม เพื่อดำาเนินการให้บรรลุ เป้าหมายของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558

ภาพประกอบจาก www..facebook.comnote 10

RSU NEWS

March

2013

RSU NEWS

March

2013

11


ตรงนี้เองที่เริ่มความสับสนในการสื่อสาร เพราะ “สมาคม/Association” กลายเป็น “ประชาคม/Community” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งกว้างไกลยิ่ง ใหญ่กว่าการเป็นแค่ “สมาคม” ที่เป็นเพียงองค์กร ดังนั้น “ประชาคมอาเซียน” จึงเป็นชุมชนของผู้คนที่อยู่บนแผ่นดิน เดียวกัน รวมประชากรราว 500 ล้านคนจาก 10 ประเทศ มีเรื่องที่จะต้อง ประสานสามัคคีกันหลายเรื่อง แบ่งเป็น 3 เรื่องสำาคัญ และ 3 เรื่องสำาคัญที่ ว่านี้เรียกแยกว่าเป็น 3 ประชาคมรากฐานของประชาคมใหญ่ที่เรียกรวมว่า “ประชาคมอาเซียน” 3 ประชาคมรากฐานนี้เรียกว่าเป็นประชาคมเสาหลัก สามเสาที่ค้ำาจุนประชาคมอาเซียนใหญ่ไว้ข้างบน ดังนี้:

ค้าขายระหว่างกันหรือร่วมกันออกไปค้าขายนอกภูมิภาคได้ เสาหลัก เศรษฐกิจนั้นสำาคัญมากก็จริงอยู่ เพราะมนุษย์ต้องดำารงชีพอย่างอุดม สมบูรณ์พอควรแก่ศักยภาพตนและทรัพยากรในประเทศ แต่แต่ความ มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์จะเกิดขึ้นและดำารงอยู่ไม่ได้อย่างยั่งยืนหากสังคมไม่ สงบงดงาม อาเซียนจึงต้องสร้างความมั่นคง สร้างความเจริญรุ่งเรือง และ ดำารงวิถีชีวิตอันงดงามในประชาคมอาเซียนไปพร้อมๆกัน

ประชาคมอาเซียน (ASดAN Community-AC) ประกอบ ้วย:

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community-APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) ได้สูตร: AC=APSC+AEC+ASCC เพราะฉะนั้น AEC จึงไม่เท่ากับ AC แต่ AEC เป็นเพียง AC-(APSC+ASCC)

AดCASEAN ใน ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ภาพประกอบจาก www.eastasiaforum.org.jpg

มี บอยครั้งที่พบความสับสนเรื่องคำา นิยามหรือการแปลความหมายจากตัวย่อในสารพัดเรื่องเกี่ยวกับ อาเซียน เพราะอาเซียนมีองค์กรแยกย่อยมากนับร้อย ชื่อองค์กร ที่ยาวก็ถูกตั้งชื่อเป็นคำาย่อเพื่อความสะดวกในการเรียกขานเสมอ เฉพาะคนในองค์กรเดียวกันก็คงคุ้นเคยกับชื่อย่อขององค์กรหรือ คณะกรรมการของตน แต่สำาหรับคนนอกและสื่อมวลชนทั้งหลาย ก็สับสนอลหม่านกับชื่อย่อของอาเซียนไม่น้อย ในบรรดาความ สับสนเรื่องชื่อย่อที่ที่วิกฤติมากในสื่อมวลชนไทยคือคำาย่อ “AEC” ที่ถูกใช้มากจนมักจะทำาให้เข้าใจผิดไปว่า AEC คือ อาเซียน ที่ถูก ต้องคือดังนี้:

“อาเซียน / ASดAN” เป็นชื่อย่อของ “สมาคมประชาชา ิ แห่งเอเชีย ะวันออกเฉียงใ ้ / Association of Southeast Asian Nations”

อาเซียนเป็นสมาคมของ 10 ประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ประกอบด้วย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม ทั้ง 10 ประเทศ เรียกวิถีชีวิตในพื้นที่ทั้งภูมิภาคว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน เรียกเป็น ทางการว่า “ประชาคมอาเซียน” หรือ “ASEAN Community-AC”

12

RSU NEWS

March

2013

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นเพียงส่วนหนึ่งในสามส่วนของ ประชาคมอาเซียน เพราะประชาคมอาเซียนประกอบด้วยสามประชาคม ในเมื่อประชาคมอาเซียนมีสามเสาหลักค้ำาอยู่ เสาหลักเศรษฐกิจ หรือเสา AEC จึงเป็นเพียงหนึ่งในสามเสาหลักของอาเซียนเท่านั้น ความที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องอื่น ใดการพูดเรื่องอาเซียนจึงมักเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักสำาคัญ พูดไปพูดมา ไปเรื่อยๆ เรื่อง “ประชาคมอาเซียน” จึงกลายเป็นเรื่อง “ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน” แล้วกลายเป็นเรื่องเดียวกัน ความผิดนี้พบเห็นทั่วไปใน รายงานข่าวสารของสือ่ สารมวลชนไทยทีร่ ายงานเรือ่ ง “ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน” โดยจงใจและถูกต้องก็มีที่เข้าใจผิดว่าประชาคมอาเซียนเป็นเรื่อง เดียวกันกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็มี แต่ทั้งสองทางก็แฝงความเข้าใจ ผิดอยู่เช่นกัน ความเข้าใจผิดเรื่องที่หนึ่งก็คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ไม่ใช่ทั้งหมดของประชาคมอาเซียน (AC) และไม่ใช่เรื่องเดียวกัน AEC เป็นเพียง 1/3 ของประชาคมอาเซียนเท่านั้น ที่จะเป็นความเข้าใจที่ไม่ สมบูรณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคิดที่ว่าเรื่องเศรษฐกิจนั้นสำาคัญที่สุดจนพูด กันแต่เรื่อง AEC อย่างเดียว แล้วละเลยอีกสองเสาหลัก คือเรื่องการเมือง และความมั่นคง กับเรื่องสังคมและวัฒนธรรม การพูดเรื่องอาเซียนควรพูดทั้งสามเรื่องไปพร้อมๆกัน เพราะแต่ละ เสาหลักต่างมีความสำาคัญ ต่างค้ำาจุนช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จะขาด เสาหลักหนึ่งเสาหลักใดมิได้ หากการเมืองไร้เสถียรภาพ ภูมิภาคขาดความ มั่นคง รัฐสมาชิกไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน รบพุ่งกัน แย่งชิงดินแดนกัน เอา รัดเอาเปรียบเหยียบย่ำากัน ไม่รักใครปรองดอง ไม่เห็นความงดงามสุนทรีย์ ของชีวิตสังคมและวัฒนธรรมของกันและกัน ดูถูกเย้ยหยันแบ่งแยกสังคม เผ่าพันธุ์เชื้อชาติศาสนากัน หากอาเซียนเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีวันที่จะทำามา

ภาพประกอบจาก www.eastasiaforum.org (1).jpg

ภาพประกอบจาก www.suellewellyn2011.wordpress.com.jpg

RSU NEWS

March

2013

13


รับประชาคมอาเซียน ้วยประชานิยม ไทยอาจระทม ผศ.ดร.กิตติ ประเสริฐสุข

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ประสานงานโครงการ “จับตาอาเซียน” (ASEAN Watch) สกว.

ภาพประกอบจาก www.nikonianthailand.com.jpg

ในบริ บ ท ของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การกำาหนดนโยบาย ภายในประเทศโดยไม่คำานึงถึงบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อศักยภาพและขีด

ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำาหรับประเทศไทย กรณีที่น่าเป็นห่วง คือ นโยบายประชา นิยมเรื่องการจำานำาข้าว ซึ่งเท่าที่ผ่านมา ยังไม่เห็นมีการอภิปรายถึงประเด็นนี้ในบริบทประชาคม อาเซียนเท่าใดนัก กล่าวโดยสรุป คือ นโยบายจำานำาข้าวอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยโดยรวม จากการที่ โครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรไทยจะหันไปผลิตข้าวมากขึ้น ผลิตสินค้าเกษตรอื่นลดลง ขณะที่ สินค้าเกษตรของประเทศเพื่อนบ้านทั้งข้าวและพืชผลอื่นล้วนอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นด้านค่าแรง และความอุดมสมบูรณ์เรามักจะเน้นย้ำากันอยู่เสมอว่า ประเทศไทยเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำา” มีนโยบายเป็น “ครัวของโลก” แต่เรามักจะหลงลืมไปว่า ประเทศเพื่อนบ้านเราล้วนอุดม สมบูรณ์ไม่แพ้ไทย อย่างประเทศพม่าเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกมาก่อน หรือประเทศ กัมพูชาก็สามารถปลูกข้าวได้ดี โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ใกล้กับภาคอีสานของไทย เวียดนามเองก็เพิ่ม การผลิตข้าวได้อย่างมากจนส่งออกได้มากกว่าไทยไปแล้ว และที่สำาคัญประเทศเหล่านี้มีผลผลิตต่อไร่ สูงกว่าของไทย อีกทั้งยังต้นทุนถูกกว่า สินค้าเกษตรอื่นๆ ก็เช่นกัน ประเทศเพื่อนบ้านเขาก็สามารถปลูกได้ดีไม่แพ้เรา ตัวอย่างเช่น กรณีการลักลอบนำาเข้ามะนาวจากกัมพูชา ที่มีชาวสวนมะนาวไทยออกมาประท้วงเมื่อ 2-3 ปีก่อน อีกกรณีหนึ่ง อบต.ในจังหวัดตราดเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ของเขามีการจ้างแรงงานกัมพูชามาทำางานใน สวนผลไม้ แต่ปัจจุบันแรงงานกัมพูชาเหล่านี้จำานวนมากกลับไปทำาสวนปลูกผลไม้ชนิดเดียวกันใน

14

RSU NEWS

March

2013

ภาพประกอบจาก www.forum.welovefoto.com.jpg

ประเทศเขาแล้ว หลังจากได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ จากไทยและยิ่งเมื่อพิจารณาว่า การเพาะปลูก ในเมืองไทยปัจจุบันต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง จำานวนมากซึ่งเป็นต้นทุนที่สูง การเพาะปลูกใน ประเทศเพื่อนบ้านยิ่งจะได้เปรียบ นอกเหนือไป จากค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า อีกทั้งคุณภาพของ ดินในประเทศเขาก็ดูสดกว่า ไม่ช้ำาเหมือนของ เราที่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี และบางพื้นที่ก็เปลี่ยน ผลผลิตไปหลายประเภทแล้วจนดินงง ส่วนประเทศลาว นักการทูตอาวุโสท่าน หนึ่งเคยกล่าวให้ฟังว่า เมื่อไทยแถลงต่อลาวว่า ไทยมีนโยบายเป็น “ครัวของโลก” ฝ่ายลาวตอบ ว่า ไทยจะเป็นครัวของโลกได้ก็ต่อเมื่อลาวยังส่ง สินค้าเกษตรให้ไทย โดยสรุปประเทศเพื่อนบ้าน ล้วนอุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเป็นคู่แข่งของ เรา สำาหรับประเด็นโครงสร้างการผลิตสินค้า เกษตร การรับจำานำาข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาด จะเป็นแรงจูงใจให้คนหันมาปลูกข้าวมากขึ้น เท่ า ที่ ผ่ า นมาเกษตรกรต้ อ งประสบกั บ ปั ญ หา ราคาพืชผลตกต่ำาตลอดมา ถ้ามีพืชผลใดที่ รัฐบาลรับประกันราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก เขาย่อมหันมาปลูกพืชชนิดนั้น นอกจากนี้จะมี การปลูกเน้นข้าวพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วเพื่อจะได้ ปลูกข้าวปีละ 3 ครั้งด้วย แต่ข้าวเหล่านี้อาจด้อย คุณภาพ ขายต่างประเทศได้ยาก อาจมีการโต้ แย้งได้ว่า พื้นที่จำานวนมากในประเทศไทยไม่ สามารถเพาะปลูกข้าวได้ แต่ด้วยประชานิยม ไทยอาจระทมน้ำาชลประทาน ดังนั้นการเปลี่ยน ไปปลูกข้าวอาจมีไม่มากนัก แต่ในความเป็นจริง มีพื้นที่จำานวนมากที่เปลี่ยนชนิดพืชผลตามราคา ตลาด เช่น เคยปลูกข้าว แล้วเปลี่ยนไปปลูก อ้อย เปลี่ยนไปทำานากุ้ง แล้วกลับมาทำานาข้าว อีกที ในเรื่องของการชลประทาน ถ้าพื้นที่ใดไม่ สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ ต่อไปคงมีการเรียก ร้องให้ผันน้ำาเข้ามาจนปลูกได้ ยิ่งรัฐบาลมี แผนการระบายน้ำาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอุทกภัย อยู่ด้วย กรณีใกล้เคียงกัน นโยบายการเกษตรที่ ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นตัวอย่างในเชิงประจักษ์ที่ แสดงให้ เ ห็ น ถึ ง ผลกระทบในเชิ ง ลบจากการ ประกันราคาข้าว กล่าวคือ ญี่ปุ่นมีนโยบาย ประกันราคาข้าวเพื่อรักษาอาชีพเกษตรกรไว้ อันจะเป็นการเพิ่มอัตราการพึ่งตนเองได้ด้าน อาหาร ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงทาง

ภาพประกอบจาก 6da76bjkb8ac8ekd9g7ih.jpg อาหาร (food security) นั่นเอง แต่นโยบายดัง กล่าว กลับเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร หันมาปลูกข้าวมากขึ้น และยังเกิดเกษตรกร ชนิดใหม่จำานวนมาก คือ เกษตรกรครึ่งเวลา และเกษตรกรเสี้ยวเวลา ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ ประกอบอาชีพอื่นเป็นหลัก แต่ปลูกข้าวเป็นงาน เสริม เพื่อเพิ่มรายได้ที่แน่นอนจากการประกัน ราคาข้าว อีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดิน อันจะเป็นการลดภาระภาษีท่ีดินในกรณีท่ีไม่ได้ ใช้ประโยชน์ ผลที่เกิดขึ้น คือ โครงสร้างในการ ผลิ ต สิ น ค้ า เกษตรของญี่ ปุ่ น ขาดความสมดุ ล มีการผลิตข้าวเป็นหลักจนล้นตลาด ในขณะที่ ผลผลิตด้านเกษตรอื่นๆ มีไม่เพียงพอ ทำาให้ ญี่ปุ่นไม่สามารถเพิ่มอัตราการพึ่งพิงตัวเองด้าน อาหารได้อยู่ดี โดยสรุปเมื่อมีนโยบายจำานำาข้าวในราคา สูงเช่นนี้ จำานวนการผลิตข้าวจะมีแนวโน้มเพิ่ม ขึ้น จนทำาให้โครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรบิด เบีย้ วไป ผลิตสินค้าเกษตรอืน่ น้อยลง ซึง่ นอกจาก ราคาจะสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังอาจ จะถูกช่วงชิงตลาดในสินค้าเกษตรชนิดอื่นไปอีก นี่ยังไม่นับการนำาข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้า สวมสิทธิ์ในการจำานำาข้าว ในอดีตภาคธุรกิจเคยคุยให้ฟังว่า มีการ ลักลอบขนข้าวมาจากกัมพูชาและพม่าอยู่มา นานแล้วเป็นแสนๆ ตัน และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มี การจับข้าวที่ลักลอบขนเข้ามาจากกัมพูชาได้ นอกจากนั้น ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้รับ จำานำาข้าวจากชาวนาตัวจริงน้อยลง ชาวนาที่

อยุธยาเล่าให้ฟังว่า ที่ดินจำานวนมากถูกทุนขนาด ใหญ่กว้านซื้อไปตั้งนานแล้ว แต่ยังให้ชาวนาเช่า ปลูกข้าวได้อยู่ อย่างไรก็ตามไม่เกินปีสองปีนี้ เขา จะเรียกกลับไปทำาเองแล้ว นี่ยังไม่นับการกว้านซื้อ ที่ดินของทุนต่างชาติผ่านนอมินี ปัญหาในภาคเกษตรของเรามีหลากหลาย และซับซ้อน คงไม่มีนักวิชาการคนไหน ไม่อยาก ให้เกษตรกรไทยขายพืชผลได้ราคาดี แต่สิ่งสำาคัญ คือ ควรทบทวนในนโยบายที่สุ่มเสี่ยง และควร เพิ่มผลผลิตต่อไร่โดยอาจเปรียบเทียบกับประเทศ เพือ่ นบ้าน อีกทัง้ ยังควรเน้นสร้างแบรนด์ สร้างมูลค่า เพิ่มให้กับผักผลไม้ของเรา เช่น การควบคุม คุณภาพ อาจมีการติดสติ๊กเกอร์บนผลไม้เพื่อ สร้างเอกลักษณ์ สร้างความแตกต่าง เน้นจุดขาย ว่าเป็นพันธุ์ใด เกรดใด มาจากพื้นที่ใด เป็นต้น กล่าวได้ว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะส่งผลกระทบในเชิงโครงสร้าง ที่จะทำาให้การ กำาหนดนโยบายภายในประเทศ ไม่อาจแยกความ เชื่อมโยงจากบริบทของการรวมตัวเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนได้ จึงมีความเป็นไปได้ว่า หากรับประชาคมอาเซียน ด้วยประชานิยม ไทย อาจระทม

RSU NEWS

March

2013

15


ทัศนะ

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

คำ าถามที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือ เมื่อเปิดเสรีอาเซียน แล้วเราจะทำาอย่างไร ผมมองว่าวันนี้คนไทยตื่นตัวช้าเกินไป เพราะไม่

ห่วงการศึกษาล้าหลังชา ิอาเซียน ไทย ้องพัฒนาปัญญา มากกว่าเน้นปริญญา

16

RSU NEWS

March

2013

ว่าจะมีอาเซียนหรือไม่ โลกในปัจจุบันก็จะต้องก้าวไปสู่ยุคโลกาภิวัตน์ ในท้ายที่สุด แต่ด้วยความเป็นคนไทยจึงคิดว่าอยู่กันแบบไทยๆ ก็สบาย ดี จึงทำาให้ประเทศไทยมีวิวัฒนาการแบบหลงทาง เช่น การที่อ้างว่า ไทยมีการศึกษาที่ดีมากขึ้น โดยอ้างถึงจำานวนของผู้จบการศึกษาใน ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกมากขึ้น แต่นั่นต้องถาม ตัวเองด้วยว่า การศึกษาที่ว่า มานั้นเป็นการศึกษาที่ดีขึ้ น จริ ง หรื อ ไม่ เพราะการศึกษาที่แท้จริงต้องเป็นการสร้างปัญญาไม่ใช่ปริญญา ดังนั้น การศึกษาของไทยขณะนี้จึงไม่ใช่การสร้างปัญญาที่แท้จริง การสร้างปัญญาที่แท้จริง คือ การสร้างนิสัยให้เป็นผู้เรียน ขวนขวายหาความรู้ ไม่ใช่เน้นการท่องจำาจากเอกสาร ดังนั้นห้องสมุด จึงเป็นแหล่งสร้างปัญญาที่สำาคัญ แต่เด็กไทยกลับไม่เห็นความสำาคัญ หากต้องพูดแบบตรงๆ คงต้องบอกว่าเยาวชนของไทยมีปัญญาน้อย กว่าเยาวชนในประเทศอื่นๆ ขอยกตัวอย่างสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่ พัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วจนสามารถเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และ นำามาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายมาสู่ประเทศไทย ทั้งด้านการเงิน และโทรคมนาคม จนตอนนี้สิงคโปร์กำาลังจะกลายเป็นฮับในทุกด้าน นี่เป็นเรื่องน่าคิดว่าเพราะเหตุใดสิงคโปร์จึงก้าวไปไกลมากกว่าประเทศ อื่นในอาเซียน ต่างจากไทยที่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอันดับใดในอาเซียน แต่ ห ลายฝ่ า ยกลั บ มองว่ า เป็ น เพราะเรื่ อ งเศรษฐกิ จ และเรื่ อ งอื่ น ๆ ทัง้ ทีต่ น้ เหตุทแ่ี ท้จริงเกิดจากการศึกษา ซึง่ ในปัจจุบนั มีการพัฒนาให้ขอ้ มูล สารสนเทศมีความก้าวไกลสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า

ประเทศไทยมีโอกาสในการสร้างปัญญามากแต่กลับ ไม่สนใจ แต่กลับไปสนใจแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยเฉพาะการเน้นเรื่องปริญญามากว่าความรู้ การที่ ค นไทยไม่ ใ ห้ ค วามสำ า คั ญ ต่ อ ความรู้ จากห้ อ งสมุ ด จึ ง ทำ า ให้ ค นไทยมี ปั ญ ญาน้ อ ยลง ในขณะที่ห้องสมุดของไทยเองก็ยังมีรูปแบบที่ล้าหลัง เช่น ห้ามส่งเสียงดังในห้องสมุด จึงทำาให้คนส่วน ใหญ่ไม่อยากใช้บริการห้องสมุด แต่เลือกที่จะไป ร้านกาแฟ เพราะสามารถอ่านหนังสือพร้อมกับพูด คุยหรือทำากิจกรรมได้ ดังนั้นในอนาคตเราต้อง พยายามเปลี่ ย นห้ อ งสมุ ด ให้ ส ามารถมี รู ป แบบ เหมือนร้านกาแฟมากขึ้น นอกจากนี้เราต้องสร้าง การศึกษาให้เป็นนวัตกรรม ดังนั้นต้องไม่มีการปิด กั้นความรู้แบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น สำ า หรั บ การเข้ า สู่ ป ระชาคมอาเซี ย นนั้ น นอกจากจะนึกถึงแต่เรื่องเศรษฐกิจและสังคมคงไม่ เพียงพอ แต่ประเทศไทยต้องหันมาให้ความสำาคัญ ต่อเรื่องการศึกษาของภูมิภาค เพื่อที่จะร่วมแลก เปลี่ยนความรู้ในภูมิภาค แต่ที่สำาคัญในขณะนี้ คือ ไทยต้องตระหนักว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความ พร้อมหรือไม่ และสู้กับความรู้ของประเทศเพื่อน บ้านได้หรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องภาษา ซึ่งจะพบว่า อยู่ในฐานะด้อยกว่าหลายประเทศในชาติสมาชิก อาเซียน ตนจึงอยากจะยกตัวอย่างของนักศึกษา ภูฏานที่ได้รับทุนการศึกษาสามารถพัฒนาการใช้ ภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งน่าจะเป็นต้น แบบที่สะท้อนว่าเด็กไทยกำาลังจะเผชิญปัญหาเรื่อง ภาษาที่อาจจะพัฒนาไม่ทันการเปิดเสรีอาเซียนใน ปลายปี 2558 นี้ แม้ ค นไทยจะรู้ เ รื่ อ งการเปิ ด ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ กลับไม่เคยให้ความสำาคัญต่อเรื่องดังกล่าว จึงไม่มี การเตรียมตัวหรือสร้างความรู้ในการรับมือต่อการ เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเห็น ได้ ชั ด จากการประเมิ น ผลเรื่ อ งการรั บ รู้ ก ารเปิ ด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งพบคนไทยมีความรู้

ภาพประกอบจาก www.khonplainam.com.jpg

ภาพประกอบจาก www.board.postjung.com.JPG เรื่องอาเซียนอยู่อันดับที่ 8 จากทั้งหมด 10 ประเทศ ต่ า งจากประเทศลาวที่ ป ระชาชนตื่ น ตั ว เรื่ อ ง ประชาคมอาเซียนอยู่ในอันดับ 1 เพราะไทยมี ทัศ นคติดู ถูกว่ าประเทศลาวไม่มี พื้นที่ท างทะเล และไม่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจได้

ที่ไทยพัฒนาก้าวหน้ามาไกลขนาดนี้ นอกจากนี้ ในการประเมินดังกล่าวทำาให้เรารู้ตัวว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มีคะแนนในการประเมินระดับการ ศึกษาดีกว่าประเทศไทย

จุ อ่อนไทย คือ ปัญหาเรื่องภาษา ขั ขวาง การพัฒนารับอาเซียน

แต่ปัจจุบันนี้ลาวกลับใช้ความตื่นตัวเรื่องอาเซียน เป็นแรงผลักดันไปสู่การปรับยุทธศาสตร์ประเทศ ให้เป็นแลนด์ลิงค์ (Land Link) เพื่อเป็นศูนย์กลาง ด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ถือเป็นการปรับตัว เพื่อรับกับการเปิดเสรีอาเซียน ต่างจากไทยที่ไม่ เคยสนใจจึ ง ทำ า ให้ ไ ม่ มี ก ารเตรี ย มตั ว และวาง ยุทธศาสตร์เพื่อปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน “การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ เปรียบเสมือนนำ้าท่วมที่ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพราะจะ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แรงงาน การศึกษา อุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ นอกจาก นี้ผมยังมีข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในการประเมิน ระดับการศึกษาของประเทศไทย พบว่ามีคะแนน เพียง 3.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งทำาให้สงสัยว่า เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไรในยุค

นอกจากภาพรวมของการศึ ก ษาไทยที่ ตกต่ำาแล้ว ยังพบอีกว่าศักยภาพด้านภาษา อังกฤษของนักเรียนไทยตกต่ำากว่านักเรียนของ ประเทศลาว เนื่องจากระบบการศึกษาของไทย เน้ น การเรี ย นภาษาอั ง กฤษแบบขอผ่ า นไปที เท่านั้น จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำาให้ผม เชื่อว่า ปัญหาเรื่องการศึกษากำาลังจะย้อนกลับมา เป็ น อุ ป สรรคสำ า คั ญ เมื่ อ ไทยเข้ า สู่ ก ารเป็ น ประชาคมอาเซียนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาษา ซึ่งเป็นจุดอ่อนมากที่สุด ดังนั้นการพัฒนาทักษะ ด้านภาษาอังกฤษให้กับคนไทยจึงเป็นปัญหาแรก ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่หากจะเร่งแก้ปัญหา ภายในระยะเวลาสั้นๆ คงไม่ทันเวลา ดังนั้น ประเทศไทยควรปรั บ โครงสร้ า งทางด้ า นการ ศึกษาเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวจะดีกว่า

RSU NEWS

March

2013

17


PREPARING for

ASEAN มุมมอง คำาแนะนำา และ คำาเ ือน

จาก 3 ผูนำาความคิ

18

RSU NEWS

March

2013

ร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อ ี เลขาธิการอาเซียน

ภาพประกอบจาก en.wikipedia.org.jpg

ถ้าเปรียบอาเซียนเป็นประเทศจะพบว่า ขณะเดี ย วกั น ต้ อ งมี ก ารรณรงค์ เ พื่ อ สร้ า งวั ค ซี น อาเซี ย น ถือเป็นมรดกของไทย ร่ำารวยเป็นอันดับ 9 ของโลก ขณะที่จีดีพีของ 10 ป้องกันป้องปรามเรื่องการทุจริต เพราะการต่อสู้ เนือ่ งจากเป็นผูร้ เิ ริม่ ให้แรงบันดาลใจในเรือ่ งนี้ แต่เมื่อ ประเทศสมาชิกรวมกันมีมูลค่า 2.4 ล้านล้าน เรื่องนี้ภาคประชาสังคมเป็นส่วนสำาคัญ เข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แล้ว ประเทศไทย จะสามารถดำ า รงการเป็ น ผู้ นำ า ในการขั บ เคลื่ อ น กระบวนการอาเซียนที่ขยายวงมากขึ้นได้หรือไม่ และจะมีความสามารถในการแข่งขัน ประคองตัว เป็นแหล่งลงทุน แหล่งผลิตสินค้า แหล่งท่องเที่ยว เป็นฮับ (hub) ด้านต่างๆ ได้อยู่หรือไม่ เพราะสิ่ง หนึ่งที่บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของไทย คือ ปัญหาค่าน้ำาชาในการขอใบอนุญาตต่างๆ ที่พบ ว่ามีการรั่วไหลถึง 20%-25% ในอดีตเมือ่ ประมาณ 40-50 ปีทแ่ี ล้วต่างประเทศ อาทิ ญีป่ นุ่ ไต้หวัน สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากมีทรัพยากร แรงงาน และไม่มีค่าใช้จ่าย เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันบริบทต่างๆ ได้เปลี่ยนไป การลงทุนของต่างประเทศต้องการ ความเป็นสากล ตรงไปตรงมา โปร่งใส เคารพใน กฎเกณฑ์ ซึ่งประเทศไทยก็ต้องปฏิบัติตามนั้น เป็น ปลาในอ่างแก้วที่ใครก็เห็นทะลุ จะตอด กัด ว่ายไป ไหน ครีบสีอะไร ทุกคนเห็นหมด สำาหรับการลงทุน ของต่างประเทศที่เข้ามาในอาเซียนเมื่อปี 2554 พบ ว่ามีมูลค่ามากถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 75% เป็นการลงทุนในภาคของบริการ เป็นผลจาก การที่คนในอาเซียนมีกำาลังซื้อมากขึ้น ชนชั้นกลาง กำาลังขยายตัว ทำาให้ต้องการคุณภาพชีวิต การ ศึกษา การแพทย์ที่ดี

กรณีท่ีมีการระบุว่ามีคอร์รัปชั่นบ้างไม่เป็นไร ดอลลาร์สหรัฐ ตรงนี้จึงทำาให้ทุนต่างประเทศเข้า มามองหาช่องทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ เป็นวัฒนธรรมที่กัดกร่อน

จ่ายค่านำ้าร้อนนำ้าชาสูงถึง 25% ปัญหาบั่นทอนขี แข่งขันไทย

ต่างประเทศจะตัดสินใจลงทุน จะมีการตรวจ สอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ เป็นการเข้ามารับภาระหนี้ท่ีไม่ได้ปรากฏในบัญชี รวมทั้ ง จะไม่ ไ ด้ ถู ก วั ฒ นธรรมการคอร์ รั ป ชั่ น (culture of corruption) บั่นทอนการดำาเนิน ธุรกิจ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำาธุรกิจ ของประเทศไทยสู ง กว่ า ประเทศเพื่ อ นบ้ า น เห็ น ได้ จ ากเมื อ งไทยมี ค วามเชื่ อ มั่ น ให้ กั บ ประชาคมโลกในเรื่องความโปร่งใสอยู่ในอันดับ ท้ายๆ 10 คะแนนเต็ม ไทยได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง ซึ่งย้ำาอีกครั้งว่าตรงนี้เป็นอุปสรรค ฉะนั้นในแง่ จริยธรรมศีลธรรม การต่อสู้ รณรงค์ ทำาสงคราม ต่อต้านคอร์รัปชั่น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจำาเป็นที่ทุก คนต้องยอมรับและตระหนัก ขณะที่ภาครัฐซึ่ง เป็นผู้กำาหนดดูแลนโยบาย การให้ใบอนุญาต ใบประกอบการลงทุ น ต้ อ งมี ค วามโปร่ ง ใส

สร้างค่านิยมผิดๆ ในระดับล่าง เป็นการหยิบยื่นผล ตอบแทนแบบกระปิดกระปอย มีปัญหาจัดโต๊ะจีน เลี้ยงก็แก้ได้ แต่ความเป็นจริงการคอร์รัปชั่นทำาให้ ระบบอ่อนแอ ไม่ใช่นโยบายที่ยั่งยืน ถูกต้องโปร่งใส และในระยะยาวจะทำาให้ประเทศไทยติดกับดักของ ประเทศที่มีรายได้ระดับกลาง (middle-income trap) ฉะนั้นเห็นว่านอกจากปราบปราม ตรวจสอบ แล้วประเทศไทยต้องคิดไปถึงเรื่องการป้อมปราม โดยเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทย ไม่ยอมรับ ไม่ ยอมจำานนต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น สำ า หรั บ ความสามารถในการแข่ ง ขั น ของ อาเซียนกับประเทศทั่วโลกผมมองว่า การที่อาเซียน จะแข่งขันกับคนอืน่ ทัว่ โลกได้ตอ้ งแน่ใจ (make sure) ว่าบ้านของตนเองเคลียร์ เพราะขณะนี้ใน 10 ประเทศสมาชิกมีบรูไนและอินโดนีเซียเท่านั้นที่พอ จะเชิดหน้าชูตาอาเซียนได้ นอกจากนั้นยังคงมี ปัญหาอยู่ RSU NEWS

March

2013

19


ร.ศุภชัย พานิชภัก ิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชา ิ ว่า ้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถั )

ไทยจะเป็นที่ 1 ในอาเซียนไ ้ ้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสร้างเสถียรภาพการเมือง

ในอนาค อาเซี ย นจะ กลายเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของโลก โดยมีจีน

ภาพประกอบจาก www.argusactueel.be.jpg

ส่งออกสหรัฐ-ยุโรปหม หวัง กำาลังซื้อห ถึงเวลาพึ่งอาเซียนมากขึ้น

20

RSU NEWS

March

2013

บราซิล อินเดีย และประเทศสมาชิกในอาเซียนเป็น ผู้นำา เพราะที่ผ่านมาพบว่าอเมริกาใต้ทำาท่าเหมือน จะดี แต่เนื่องจากมีการพึ่งสินค้าโภคภัณฑ์มาก เกินไป จนส่งผลให้เศรษฐกิจทรุดตัว ส่วนแอฟริกา นั้นพบว่าสถานการณ์ค่อนข้างลำาบาก เพราะผลิต ได้เพียงแค่สินค้าโภคภัณฑ์เกษตรอย่างเดียว อีกทั้ง ยังเป็นการส่งออกถึง 80% จึงไม่สามารถหารายได้ ส่วนอื่นมาชดเชยได้ อย่างไรก็ตามการที่เม็ดเงินไหลเข้ามาใน เอเชียและอาเซียนอย่างล้นหลาม หากไม่มกี ฎระเบียบ ที่ตั้งหลักไว้อย่างชัดเจน เศรษฐกิจมีโอกาสเกิด ปัญหาฟองสบู่ได้ เพราะราคาที่ดิน ราคาหุ้นอาจ เพิ่มขึ้นจนเว่อร์ไปเลย ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าในช่วงที่ เศรษฐกิจดี เมล็ดพันธุ์แห่งความเลวร้ายมักจะเกิด ขึ้นไปพร้อมๆ กัน จากการวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกพบว่า มีการ เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 3%-3.5% แต่ขณะนี้ เศรษฐกิจโลกโตไม่ถึง 2% ฉะนั้นอย่าหวังที่จะส่ง ออกไปยังยุโรป เพราะไม่มีกำาลังซื้อ อาเซียนจึง ต้องหันมาพึ่งพากันเองมากขึ้น ดังนั้นต้องรวมตัว กันเป็นประชาคมให้สำาเร็จ แม้จะมีเรื่องผล ประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องมากก็ตาม แต่ต้องทำาให้ ได้ ส่วนเรื่องที่ประเทศไทยต้องระมัดระวังนั้น คือ เรื่องธรรมาภิบาลเพราะถือเป็นเรื่องสำาคัญของ ทั่วโลก ไม่ว่าจะในระดับธุรกิจเอกชน และการวาง นโยบายสาธารณะ รวมถึงการแข่งขันระหว่างโลก เนื่องจากปัจจุบันระบบธุรกิจโลกกำาลังสั่นคลอน อย่างยิ่ง ดังนั้นเราจำาเป็นต้องมีระเบียบที่ถูกต้อง มี หลักธรรมาภิบาล มีวินัยในการแข่งขันทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงต้องมีธรรมาภิบาลของนโยบาย สาธารณะที่ควบคู่ไปกับโครงสร้างในการบริหาร ระบบที่ดี

ร.สมคิ จา ุศรีพิทักษ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันอนาค ไทยศึกษา

ผมมองว า ช่วงเวลานี้ท่ี เศรษฐกิจโลกกำาลังอ่อนแอ มีความจำาเป็นทีจ่ ะต้อง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการเมือง พร้ อ มทั้ ง ต้ อ งมี ก ารปรั บ โครงสร้ า งการผลิ ต ให้ สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภาครัฐและภาค เอกชนจะต้องร่วมมือกัน และหากทำาได้ประเทศไทย จะนำาประเทศอื่นๆ เมื่อมีการเปิดเออีซี ไทยก็จะเป็น ผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะสามารถดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้มากขึ้น สำ า หรั บ อุ ป สรรคด้ า นความไม่ มั่ น ใจใน เสถียรภาพของการเมืองไทยนั้น ผมอยากให้เปรียบ เทียบกับประเทศตุรกีที่มีปัญหาเรื่องพรรคการเมือง และความแตกแยกในประเทศเช่ น เดี ย วกั บ ไทย แต่กลับไม่มีการหยิบยกความแตกแยกมาทำาให้เกิด ปัญหาระหว่างชนชั้นในสังคม แต่กลับมุ่งสร้าง เศรษฐกิจในประเทศให้มีความมั่นคง เพื่อสามารถ ดึ ง ดู ด การลงทุ น จากต่ า งประเทศเข้ า มามากขึ้ น

ภาพประกอบจาก www.right-livelihoods.org

ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ประเทศไทยควรต้องทำา ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีการวางโครงการพัฒนา ไปสู่การเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันได้ มี แต่วิสัยทัศน์ เช่น กรณีข้าว ก็เป็นการถกเถียงเพียงแค่ ว่าจะรับจำานำาหรือประกันราคาดี แต่ไม่มีแนวทางการ พูดคุยที่จะหาแนวทางพัฒนาข้าวในระยะยาว หรือ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว นอกจากนี้รัฐบาลควรจะส่ง เสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ด้วยการสนับสนุนการ ทำาวิจัยและพัฒนา เนื่องจากเอกชนและภาควิชาการ สถานศึกษาไม่สามารถทำาได้โดยลำาพัง หรือเชื่อมโยง กันได้ดีนัก และการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ นี้ ผมเชื่อว่าจะช่วยยกระดับประเทศไทยให้มีความมั่งคั่ง ได้

RSU NEWS

March

2013

21


ใ ้กระแสอาเซียน ( ้าน ้อยของ AดC และความเหลื่อมล้ำา) อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

ภาพประกอบจาก blogs.ft.com.jpg

การเกิ ขึ ้ น ของประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนเป็นแรงผลักดันจากมหาอำานาจทางเศรษฐกิจและกลุ่ม ทุนภายในประเทศอาเซียนเพื่อที่จะสร้าง/ขยาย “ตลาด” ให้กว้าง ขวางมากขึ้น โดยที่ไม่ได้แยแสผลกระทบต่อผู้คนส่วนใหญ่ใน กลุ่มประเทศอาเซียนแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันกระแสการผลักดัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ได้สร้างกระแสการรับรู้ทางสังคม ที่ทำาให้คิดและรู้สึกไปได้ว่าปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมในสังคม อาเซียนจะแก้ไขลุล่วงไปด้วยการเปิด “ตลาด” อาเซียน เราจะมองเห็นแนวโน้ม ของผลกระทบจาก “ตลาด อาเซียน” ได้ ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจและมองเห็นปัญหาทางเศรษฐกิจ สำาคัญของผู้คนในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะมองได้ว่าปัญหาที่ หมักหมมนี้จะแก้ไขได้ด้วย “ตลาดอาเซียน” หรือไม่ อย่างไร ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่สังกัดโลกเสรีในช่วงสงครามเย็นได้ ทำาให้เกิดความเหลื่อมล้ำาทางเศรษฐกิจสูงมาก และในช่วงสอง

22

RSU NEWS

March

2013

ทศวรรษหลังจากที่สงครามเย็นยุติลง การปรับ ตัวของการดำารงอยู่ทางเศรษฐกิจของผู้คนส่วน ใหญ่ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้สร้างระบบการ ผลิตสำาคัญขึ้นมา ได้แก่ การผลิตภาคไม่เป็น ทางการ (Informal Sector) ซึ่งเป็นฐานทาง เศรษฐกิจที่สำาคัญที่สุดที่รองรับผู้คนในอาเซียน หากเราพิจารณาความสำาคัญของภาคการผลิต ไม่เป็นทางการจากแง่มุมของแรงงานจะพบว่า สัดส่วนของแรงงานที่อยู่ในภาคการผลิตไม่ เป็นทางการในแต่ละประเทศนั้นสูงมากทีเดียว ประเทศไทยมีสัดส่วนแรงงานในภาคการผลิต ไม่เป็นทางการประมาณร้อยละ 65 ของกำาลัง แรงงาน ประเทศมาเลเซียอยู่ที่ประมาณร้อย ละ 62 ของกำาลังแรงงาน ประเทศอินโดนีเซียอยูท่ ป่ี ระมาณร้อยละ 60 ของกำาลังแรงงาน ประเทศฟิลิปปินส์นั้นมี ปัญหาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหนัก มากหน่อย เพราะมีสัดส่วนแรงงานภาคไม่เป็น ทางการถึงร้อยละ 70 ของกำาลังแรงงาน ส่ ว นในกลุ่ ม ที่ เ พิ่ ง เปิ ด ประเทศเข้ า สู่ ร ะบบ ทุนนิยม เช่น เขมร ลาว เวียดนาม พม่า แม้ว่าตัวเลขสถิติยังมีไม่ชัดเจนแน่นอนนัก แต่ จากการประเมินดูจากข่าวสารทั่วไปก็พอจะ เดาได้ ว่ า แรงงานภาคไม่ เ ป็ น ทางการใน ประเทศเหล่านี้น่าจะเกินร้อยละ 70 ของกำาลัง แรงงานโดยทั่วไป วงจรการดำาเนินชีวิตทาง เศรษฐกิจของภาคการผลิตไม่เป็นทางการนั้น มีขอบเขตของตลาดที่ไม่กว้างขวางมากนัก

และโดยมากแล้ ว ก็ จ ะเป็ น ตลาดเล็ ก ในพื้ น ที่ ที่ จำากัดหนึ่ง ขณะเดียวกันประเภทของสินค้าก็จะ ตอบสนองความต้องการหรือความจำาเป็นในชีวิต ประจำาวันของผู้คนในพื้นที่นั้น ศักยภาพของภาค การผลิตภาคไม่เป็นทางการ ได้แก่ ความยืดหยุ่น เพื่อการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความ ต้องการในชีวิตประจำาวันในแต่ละช่วงฤดูกาล การดำ า รงอยู่ ใ นภาคการผลิ ต ไม่ เ ป็ น ทางการของผู้คนที่มีสัดส่วนโดยเฉลี่ยร้อยละ 60 ของกำาลังแรงงานในกลุ่มประเทศอาเซียนเช่นที่ กล่าวมานี้ จะไม่ได้รับผลทางด้านดีจากการเป็น ประชาคมเศรษฐกิจเซียนแต่อย่างใด หากจะได้รบั ผลดีอยูบ่ า้ งก็เป็นกลุม่ ทีส่ มั พันธ์อยูก่ บั การท่องเทีย่ ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะมาซื้อ/ขายกับภาคการผลิต ไม่เป็นทางการก็จะเป็นนักท่องเที่ยวระดับล่างที่ ใช้เงินต่อวันไม่มากนัก การได้ประโยชน์จึงมีไม่ มากนัก พร้อมกันนั้น การขยายตัวของกลุ่มทุนที่ จะเข้าไปในแต่ละประเทศก็ไม่ได้เป็นอุตสาหกรรม ที่ใช้แรงงานเข้มข้นทั้งหมด ในบางประเทศที่เพิ่ง เปิ ด ประเทศก็ มี โ อกาสที่ จ ะได้ ก ารจ้ า งงานใน อุตสาหกรรมแรงงานเข้มข้น และปรับแรงงาน ภาคไม่เป็นทางการมาสู่ภาคอุตสาหกรรมสูงขึ้น ในประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมระดับทุน และความรู้เข้มข้น ก็จะประสบปัญหาการย้าย ฐานการผลิต ซึ่งก็จะส่งผลให้การจ้างงานลดน้อย ลงทันที ตัวอย่างของการปิดโรงงานผลิตรถยนต์ ของมาสด้า/ฟอร์ดในประเทศฟิลิปปินส์เพื่อมา

เปิดโรงงานในประเทศไทย ก็ย่อมส่งต่อการ จ้างงานในฟิลิปปินส์ทันที ความผันผวนของการจ้างงานในภาค การผลิ ต ที่ เ ป็ น ทางการจะทวี สู ง มากขึ้ น การไหลเวียนของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะตัว จะเร็วและถี่มากขึ้น คนย้ายถิ่นที่โดนบีบบังคับ (vagabond) ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจจะมี มากขึ้น และคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนไร้ความ สุขกลุ่มใหญ่ของอาเซียน การขยายตัวของการลงทุนในประเทศ ที่มีทรัพยากรเหมาะสมกับอุตสาหกรรมของ ทุนจะมีผลโดยตรงต่อการเก็บภาษีของแต่ละรัฐ รายได้ของแต่ละบริษัทของกลุ่มทุนจะสูงขึ้น และรายได้ของรัฐที่เป็นรากฐานของทุนกลุ่ม นั้นจะลดลงทันที เพราะกลุ่มทุนจะเลือกลงทุน ในประเทศที่ระบบภาษีอ่อนแอและมีการเก็บ ภาษีน้อยที่สุดเพื่อที่กลุ่มทุนจะเก็บกำาไรไว้แจก จ่ายผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารโดยไม่ต้องเสียให้แก่ รัฐ รั ฐ แต่ ล ะรั ฐ ในประชาคมอาเซี ย นจะ ประสบปั ญ หารายได้ ล ดต่ำ า ลงอย่ า งมาก พลเมืองทั่วไปของอาเซียนจะยากจนมากขึ้น แต่ว่านักการเมืองในรัฐบาลของแต่ละประเทศ จะรำ่ารวยขึ้นอย่างทันตาเห็น ปัญหาความ เหลือ่ มล้ำาของแต่ละประเทศจะสูงมากขึน้ ไปอีก พร้อมกันนั้นรัฐบาลก็จะเล่นเกมประชานิยม แบบมั ก ง่ า ยมากขึ้ น เพื่ อ ซื้ อ เวลาให้ แ ก่ ก ลุ่ ม ตนเองได้กอบโกยได้มากที่สุด อนาคตของประชาคมเศรษฐกิ จ อาเซียนจึงเป็นทางคู่ขนานระหว่างความเจ็บ ปวดรวดร้ า วของคนตั ว เล็ ก ตั ว น้ อ ยในทุ ก ประเทศกับความร่ำารวยมหาศาลของกลุ่มทุน และนักการเมือง กลุ่มทุนจะเลือกลงทุนใน ประเทศที่ระบบภาษีอ่อนแอและมีการเก็บภาษี น้อยที่สุด

ภาพประกอบจาก heatherstilwell.com.jpg RSU NEWS

March

2013

23


ห่วงจีน-อินเ ีย จ้อง ัก วงทรัพยากรอาเซียน ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

ภาพประกอบจาก www.wwf.panda.org.jpg

รศ. ร. จิรากรณ์ คชเสนี ชี้เศรษฐกิจ สีเขียวแค่วาทะกรรมสวยหรู จวกจีนอยู่เบื้องหลังทำาลาย สิ่งแวดล้อมไม่สนใจผลกระทบ ห่วงอนาคตอาเซียนอยู่ ตรงกลางระหว่าง อินเดีย-จีน เตือนระวังถูกตักตวง ทรัพยากรธรรมชาติ จากงานสัมมนาเวที Think Tank ครั้งที่ 8 เรื่อง “บูรพาภิวัตน์กับเศรษฐกิจสีเขียว (Green East) ซึ่งจัดขึ้น โดย สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ วิทยาลัยบริหาร รัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ แผนงาน สร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.)

24

RSU NEWS

March

2013

“ที่ผ่านมีการพูดถึงอุตสาหกรรมในยุคใหม่ ที่ ใ ส่ ใ จต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ มแต่ เ มื่ อ พิ จ ารณาอย่ า ง ละเอียดจะพบว่าการทำาอุตสาหกรรมยังถูกพัฒนา ด้วยรูปแบบเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทั้งที่รู้ว่าจะ สร้างผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมในอนาคต และผลกระทบ ดังกล่าวจะย้อนมาสู่ตัวของมนุษย์เอง ดังนั้น ศูนย์กลางของความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมที่แท้ จริงจึงอยู่ที่กระบวนทัศน์ในการพัฒนา โดยเฉพาะ นักเศรษฐศาสตร์ที่มักใช้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นตัวชี้วัดว่า หากเศรษฐกิจดี ทุกเรื่องก็จะดีไป ด้วย และหากใครที่ขัดขวางความคิดในการพัฒนา เศรษฐกิ จ ก็ จ ะถู ก มองว่ า เป็ น พวกไดโนเสาร์ ขั ด ขวางความเจริญ”นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม กล่าว รศ.ดร.จิรากรณ์ กล่าวต่อไปว่า เศรษฐกิจสี เขียวจะต้องไม่ใช่การเพิ่มอุปทาน เพราะนั่น ภาพประกอบจาก www.picasaweb.google.com.JPG เป็นการเพิ่มการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มากขึ้น รศ.ดร.จิรากรณ์ คชเสนี นักวิชาการ สนับสนุนเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว แต่จีนกลับ และเป็นระบบที่ไม่ยั่งยืน แต่เศรษฐกิจสีเขียวต้อง อิสระด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจ สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำาโขงโดยอ้างว่าอยู่ในเขต เป็ น การหาแนวทางเพื่ อ ลดอุ ป สงค์ ล งและเพิ่ ม สีเขียวนั้นจริงแล้วเป็นเพียงแค่คำาพูดสวยหรู อธิปไตยของจีนและไม่สนใจต่อผลกระทบด้าน ประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรให้มีความคุ้มค่า แต่สิ่งที่สำาคัญ คือ กระบวนการว่าจะทำา สิ่งแวดล้อมที่มีต่อประเทศอื่นที่อยู่ในลุ่มน้ำาโขง มากขึ้น นอกจากนี้การที่อาเซียนมีที่ตั้งอยู่ระหว่าง อย่างไรจึงจะก้าวไปสู่การเป็นระบบเศรษฐกิจ ตอนล่าง หรือแม้แต่อุตสาหกรรมสะอาดของ จีนและอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีจำานวนประชากร สีเขียวได้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาตนพบว่า จีนที่ขณะนี้ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเป็นกระ มหาศาล ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทั้ง 2 ประเทศ หลายประเทศในอาเซียนให้ความสนใจต่อ บวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง จะพยายามเข้ า มาแสวงหาทรั พ ยากรเพื่ อ ตอบ นอกจากนีย้ งั พบว่า แม้ทผ่ี า่ นมาจะมีการจัดการ สนองความต้องการที่มีมากขึ้น ดังนั้นอาเซียนต้อง ประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ สร้างกระบวนการกลัน่ กรองให้เข้มข้นขึน้ เพือ่ พิจารณา ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ ดัง ว่าโครงการอะไรดีหรือไม่ดี ไม่เช่นนั้นประชากร นั้นตนมองว่าเศรษฐกิจสีเขียวจึงเป็นเพียงวา อาเซียนจะต้องพบกับความยากลำาบากในอนาคต ทะกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น

ภาพประกอบจาก www.djsweeney.wordpress.com.jpg เรื่องเศรษฐกิจสีเขียวเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วน ใหญ่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ โดยมีประเทศ จีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนในการจัดการประชุม เรื่องดังกล่าวในหลายประเทศ แต่ในความเป็น จริงกลับพบว่า หลายประเทศในอาเซียนกลับ มี โ ครงการอุ ต สาหกรรมด้ า นพลั ง งานเป็ น จำ า นวนมากที่ เ ดิ น หน้ า สร้ า งมลพิ ษ ให้ แ ก่ สิ่ ง แวดล้อม และมีผู้ซื้อรายใหญ่เป็นประเทศจีน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศจีนอยู่เบื้องหลังมาโดย ตลอด รศ.ดร.จิรากรณ์ ยังตั้งข้อสงสัยเรื่องสิ่ง แวดล้อมต่อประเทศจีนว่า แม้จีนจะเป็นผู้

ภาพประกอบจาก www.siamrath.co.th.jpg RSU NEWS

March

2013

25


บทเรียน

วิกฤ ิยูโรโซน

่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและไทย

อนุสรณ์ ธรรมใจ

หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

สถานการณ์ วิ ก ฤตการณ์ เ ศรษฐกิ จ ยูโรโซนน่าจะยืดเยื้อไปอีกนานพอสมควร ประชาคมอาเซียนและไทย ภาพประกอบจาก www.siamrath.co.th.jpg

26

RSU NEWS

March

2013

ต้องเตรียมรับผลกระทบให้ดีและน่าจะใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อเป็นบท เรียนสำาคัญสำาหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เดิมยุโรปมีปัญหาหนี้ สาธารณะอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับขนาดของระบบเศรษฐกิจหรือจีดีพีก็อยู่ ในระดับสูงมาก เมื่อเกิดปัญหาสินเชื่อซับไพร์มและวิกฤตการณ์สถาบัน การเงินในสหรัฐอเมริกา ยุโรปก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ต้องใช้จ่ายงบ ประมาณจำานวนมากเพื่อแก้ปัญหา หนี้สาธารณะก็พอกพูนขึ้นอย่าง มากโดยเฉพาะประเทศที่มีวิกฤติหนักอย่าง กรีซ สเปน อิตาลี แล้วปัญหาก็ลุกลามสู่ภาคการเงิน นักลงทุนและประชาชนไม่ มั่นใจต่อความมั่นคงของสถาบันการเงิน แห่ไปถอนเงินฝาก ขณะ เดียวกัน สถาบันการเงินด้วยกันเองก็หยุดปล่อยกู้และชะลอการทำา ธุรกรรมต่อกัน เงินไหลออกจากระบบสถาบันการเงิน จนเกิดปัญหา สภาพคล่องและทำาให้สถาบันการเงินล้มละลายได้ RSU NEWS

March

2013

27


ภาพประกอบจาก www.siamrath.co.th.jpg การลดผลกระทบของวิกฤติหนี้สินยุโรป สิ่งที่ประชาคมอาเซียนและไทยสามารถทำาได้ ทันทีเลย คือ การกระตุ้นภาคการบริโภคและ ภาคลงทุ น ด้ ว ยมาตรการคลั ง และมาตรการ ทางการเงิน อาเซียนต้องเดินหน้าสู่การเป็นประชาคม ที่มี “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง เป็นอีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยป้องกันวิกฤติได้ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น ยูโรโซน อียู ประชาคมอาเซียนหรือที่ไหนๆ หาก จะเกิดวิกฤติขึ้นมา ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในภาค การค้าหรือภาคการผลิต ที่มีปัญหามักจะมาจาก ภาคการเงิน การมียทุ ธศาสตร์ในการบริหารจัดการ ภาคการเงินและการเปิดเสรีเป็นเรื่องสำาคัญ จากงานวิจยั เรือ่ ง AEC 2015 : Ambitions, Expectations and ของคุณปริวรรต กนิษฐะเสน วัชรกูร จิวากานนท์ และชานนท์ บุญนุช ธนาคารแห่งประเทศไทยได้วัด Liberalization gap ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างระดับการเปิด เสรีสูงสุด และการเปิดเสรีที่ระบุไว้ในเป้าหมาย ตามแผนของ AEC และ Implementation gap ที่วัดระดับการเปิดเสรีของประเทศสมาชิกหลัก ของอาเซียน (ASEAN-5) เทียบกับระดับการเปิด เสรีที่ระบุไว้ในเป้าหมายตามแผนของ AEC สำาหรับในด้านความพร้อมนั้น ได้มีการคัดเลือก เครื่องชี้วัดที่สะท้อนถึงระดับการพัฒนาภาคการ

28

RSU NEWS

March

2013

เงิ น และปั จ จั ย แวดล้ อ มด้ า นสถาบั น ของไทย และเปรียบเทียบกับ ประเทศสมาชิกหลักของ อาเซียน ทั้งนี้เพื่อพิจารณาระดับการเปิดเสรีและ ระดับความพร้อมว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ งานวิจัยได้ข้อสรุปหลัก ดังนี้ ประการแรก : AEC ไม่ได้มีเป้าประสงค์ ที่จะเปิดเสรีระดับสูงสุดในทุกด้าน โดยเมื่อ พิจารณาเป้าหมายตามแผนของ AEC พบว่า ภาคบริการมีเป้าหมายการเปิดเสรีในระดับที่ น้อยกว่าภาคสินค้าหรือการลงทุน ส่วนภาค แรงงานฝีมือนั้นยังอยู่เพียงขั้นเตรียมพร้อมเพื่อ การเปิดเสรี ในขณะที่กรอบการเปิดเสรีของภาค การเงินนั้นมีความยืดหยุ่นมาก คือ อนุญาตให้ แต่ ล ะประเทศพิ จ ารณาได้ เ องโดยขึ้ น อยู่ กั บ สภาวการณ์และความพร้อม และได้ขยายกรอบ เวลาไปจนถึงปี 2020 ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่ารูป แบบการรวมกลุ่มของอาเซียนเป็นการพัฒนารูป แบบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยมิได้มีความ มุ่งหวังไปถึงระดับตลาดร่วมดังที่เกิดขึ้นในการ รวมกลุ่มของยุโรป 3 ประการที่สอง : แม้ AEC จะไม่ได้ กำาหนดเป้าหมายการเปิดเสรีไว้ในระดับสูง แต่ ในปัจจุบันประเทศสมาชิกหลักของอาเซียน ก็ยัง เปิดเสรีไม่ถึงเป้าหมายตามแผนของ AEC ที่ กำาหนดไว้ โดยในกรณีของไทยได้เปิดเสรีด้าน สินค้าไปในระดับที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของ AEC แล้ว แต่ที่สำาคัญ คือ ระดับการเปิดเสรีของ ไทยยังตามหลังสมาชิกหลักของอาเซียนในภาค บริการทางการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่ง ส่วนหนึ่งมาจากความระมัดระวังในการเปิดเสรี ของไทย อันสะท้อนได้จากกฎหมายและระเบียบ ต่างๆ ในปัจจุบัน ที่ยังไม่สอดคล้องกับเป้า หมายการเปิดเสรี อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง ของวงจรเกื้อกูลนั้น จากการพิจารณาเครื่องชี้วัด ด้านการพัฒนาภาคการเงินและปัจจัยแวดล้อม ด้านสถาบัน สรุปได้ว่า ประเทศไทยอยู่ในระดับ ปานกลาง เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน หลัก ประการที่สาม : ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จำาเป็นจะต้องมี integration mindset โดยบรรจุ เรื่องการรวมตัวของอาเซียนเข้าไปในกฎหมาย ระเบียบ และแผนแม่บทต่างๆ ของแต่ละ ประเทศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนแนวปฏิบัติได้ ตามกรอบของเป้าหมายตามแผนของ AEC ซึ่ง

สำาหรับประเทศไทยเองนั้น ควรพิจารณาให้มี การเปิดเสรีทางด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นจาก ปัจจุบันที่อยู่ในลำาดับรั้งท้ายของกลุ่มประเทศ สมาชิกหลักของอาเซียน อันจะเป็นการช่วย พัฒนาให้ไทยมีความพร้อมด้านภาคการเงิน และปัจจัยแวดล้อมด้านสถาบันเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษาของบทวิเคราะห์นี้พบว่า ภาคการเงินของไทย มีการปรับตัวมาอย่างต่อ เนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังวิกฤตการณ์ เศรษฐกิจการเงินปี พ.ศ.2540 มีการปฏิรูปและ ปรับโครงสร้างภาคการเงินครั้งใหญ่ หลังวิกฤติ ปี 2540 ทำาให้ภาคการเงินของไทยแข็งแกร่ง พอสมควรและสามารถทนทานต่อวิกฤตการณ์ การเงินโลกในช่วงปี พ.ศ.2552 อย่างไรก็ตาม ภาคการเงินไทยแม้นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม แต่ ด้วยฐานทุน ฐานเทคโนโลยี การบริหารจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ เท่าที่มีอยู่ยังไม่สามารถทำาให้ อุตสาหกรรมธนาคาร ธุรกิจตลาดทุนของไทย ขึ้ น มาอยู่ ใ นระดั บ แนวหน้ า ของภู มิ ภ าคได้ ศักยภาพในการแข่งขันยังเป็นรองภาคการเงิน ของสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยที่ภาคการเงิน ของสิงคโปร์และมาเลเซียได้ขยายการลงทุน เข้ามาซื้อกิจการและควบรวมกิจการการเงินใน ประชาคมอาเซียน เพื่อให้ตัวเองได้รับ ประโยชน์ อ ย่ า งเต็ ม ที่ จ ากการเปิ ด เสรี ภ าค บริ ก ารเงิ น ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ในอนาคตภายใต้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ธุรกิจหลักทรัพย์ ค่านายหน้าและค่า ธรรมเนียมต่างๆ จะลดลงอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม ธุรกิจหลักทรัพย์มีการเคลื่อนไหวให้ยืดเวลา การเปิดเสรีค่านายหน้าและธรรมเนียม เพราะ เกรงว่าบริษัทหลักทรัพย์ขนาดกลางและขนาด เล็กอาจแข่งขันไม่ได้ ภายใต้ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน การแข่งขันจะรุนแรงยิ่งขึ้น การชะลอการเปิ ด เสรี ทำ า ได้ ชั่ ว คราวเท่ า นั้ น กระแสการแข่งขันที่รุนแรง จะสร้างภาวะให้ เกิดการเร่งการควบรวมในธุรกิจนี้มากยิ่งขึ้นใน อนาคต ธุรกิจธนาคาร ปี พ.ศ. 2555 ธนาคาร แห่งประเทศไทยอนุญาตให้สาขาธนาคารต่าง ประเทศ 16 แห่งในไทยยื่นอนุญาตเป็นธนาคาร พาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ใน ต่างประเทศสามารถขยายสาขาและบริการได้ กว้างขวางขึ้น แต่คาดว่าจะยังไม่กระทบต่อ

ความสามารถในการแข่งขันและการกำาไรของ กลุ่มธนาคารไทยมากนักในช่วงแรก เนื่องจาก เครื อ ข่ า ยสาขามี ม ากกว่ า มากอย่ า งไรก็ ต าม ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภาค ธนาคารไทยจำาเป็นต้องเตรียมความพร้อม เพื่อ รองรั บ ธุ ร กรรมการเงิ น ระหว่ า งประเทศโดย เฉพาะธุ ร กรรมทางการเงิ น ในกลุ่ ม ประเทศ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างมีนัยสำาคัญ และมีความจำาเป็นต้องเปิดสาขา หรือสร้าง พันธมิตรทางธุรกิจในกลุ่มอาเซียน นอกจากนี้ อาเซี ย นยั ง มี ค วามร่ ว ม มือทางการเงินระหว่างประเทศภายใต้ Chiang Mai Initiative ในช่วงปี 2008-2009 มีจุด ทดสอบสำาคัญจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการ เงินในยุโรปของโครงการความร่วมมือทางการ เงินของอาเซียนดังกล่าวว่า จะบรรลุความสำาเร็จ หรือไม่ในการป้องกันไม่ให้ภูมิภาคเอเชียเกิด วิกฤติตามไปด้วย ผลที่ออกมา ก็คือ ไม่มี ประเทศอาเซียนที่ต้องใช้ประโยชน์ของโครงการ

ความร่วมมือที่มีอยู่ในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ การเงินโลกช่วงปี พ.ศ. 2552 สาเหตุหนึ่งก็ เพราะประเทศในกลุ่ ม ส่ ว นใหญ่ ส ามารถดู แ ล เศรษฐกิจของตนได้ โดยไม่ต้องพึ่งเงินช่วยเหลือ แต่ในอีกด้านหนึ่ง บางประเทศที่อาจต้องการ ความช่วยเหลือขณะนั้น ก็เลือกที่จะไม่ใช้ ประโยชน์ โ ครงการความช่ ว ยเหลื อ ของกลุ่ ม อาเซียนบวกสาม ที่มีอยู่ด้วยสองเหตุผล หนึ ่ ง การเบิ ก ใช้ ว งเงิ น ตามสิ ท ธิ ข อง ประเทศที่มีกับโครงการจะเกิดขึ้นได้เต็มจำานวน ก็ต่อเมื่อประเทศที่มีปญั หาเศรษฐกิจสมัครใจทีจ่ ะ ขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศในรูปโปรแกรมการกู้ยืมพร้อมกันไปด้วย การเชื่อมโยงการช่วยเหลือของโครงการอาเซียน บวกสามกับการกู้ยืมจากไอเอ็มเอฟ จึงเป็นกลไก สำาคัญที่ลดทอนแรงจูงใจให้ประเทศอาเซียนใช้ ประโยชน์ โ ครงการความช่ ว ยเหลื อ ของกลุ่ ม ประเทศอาเซียนบวกสามที่ได้จัดตั้งกันไว้ สอง กลไกการเบิกจ่าย และการอนุมัติ

ความช่ ว ยเหลื อ ของโครงการกลุ่ ม ประเทศ อาเซียนบวกสามที่ได้วางไว้ก็ค่อนข้างจะใช้เวลา และมีความไม่แน่นอน ทำาให้มีโอกาสสูงที่ความ ช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว อาจไม่ทันเวลา เมื่อเทียบกับปัญหาและความจำาเป็นที่ต้องใช้ เงิน แต่ที่สำาคัญ กลไกและการอนุมัติจะอยู่ภาย ใต้บทบาทนำาของกลุ่มประเทศบวกสาม ซึ่งเป็น อีกปัจจัยหนึ่งที่ลดทอนแรงจูงใจของประเทศ อาเซี ย นที่ ต้ อ งการความช่ ว ยเหลื อ ที่ จ ะใช้ ประโยชน์โครงการความร่วมมืออาเซียนบวก สามที่มีอยู่ ระบบความร่วมมือทางการเงินนี้จำาต้อง ปรับให้ตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นใน อนาคตได้ดีขึ้น ส่วน วิกฤติคราวนี้ในยุโรป ผม เชื่อว่า ระบบเศรษฐกิจระบบการเงินของไทย และอาเซียนสามารถรับมือได้ เพียงแต่ว่า อัตรา การขยายตัวของเศรษฐกิจและการส่งออกจะ ปรั บ ตั ว ลดลงกว่ า ที่ ค าดการณ์ ไ ว้ เ ดิ ม อย่ า ง แน่นอน ครับ

ภาพประกอบจาก eastasiaforum.org 1.jpg

RSU NEWS

March

2013

29


ความหมายของชีวต ิ มิได�อยูท � เ่ี ค�าได�รบ ั สิง่ ใด แต�อยูท � เ่ี ขาปรารถนาจะได�รบ ั สิง่ ใด - คาห�ลล ิ ยิบราน 12 ชัว ่ โมงทีแ ่ ล�ว

ถูกใจ

สังคมแห�งการให� คือสังคมแห�งความรัก - นิรนาม

3 คน

3 ชัว ่ โมงทีแ ่ ล�ว ถูกใจ

1 คน

มีเพียงชีวต ิ เพือ ่ ผูอ � น ่ื เท�านัน ้ ทีม ่ ค ี ณ ุ ค�าแก�การมีชว ี ต ิ - อัลเบิรต � ไอน�สไตน� วันศุกร� เวลา 13.04 น. ถูกใจ

9 คน

ความรักเป�นสิง่ มีคา � แต�สง่ิ ทีม ่ ค ี า � มากกว�าความรักนัน ้ มีอยู� - พระมหาวีระพันธ� ชุตป ิ ญ � โญ วันอังคาร เวลา 9.42 น. ถูกใจ

5 คน

ผูท � ร่ี จ �ู ก ั ผูอ � น ่ื เป�นคนฉลาด ผูท � ร่ี จ �ู ก ั ตนเองเป�นคนมีสติ - เล�าจือ ้ 5 ชัว ่ โมงทีแ ่ ล�ว

ถูกใจ

2 คน

คำพู คมๆ ที่ทำใหเราแบงปน เรื่องราว ีๆ มากมาย คือเห ุผลที่ทำใหเราสง อใหกัน

Like

Share

อยูใ� ห�คนรัก คืออยูอ � ย�างผูใ� ห� - ว.วชิรเมธี วันเสาร� เวลา 22.13 น.

สามคนเดินมา ต�องมีคนหนึง่ ทีเ่ ป�นครูเราได� - ขงจือ ้ วันพุธ เวลา 11.55 น.

www.facebook.com/rangsituniversity

ถูกใจ

4 คน

ถูกใจ

11 คน

Rsunews magazine 2013