Issuu on Google+

1 หัวขอบรรยาย : ผูบรรยาย :

protozoa and flagellate infections รศ.ดร. นพ.คม สุคนธสรรพ

อมีบา (AMOEBA) อมีบาเปนโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่สามารถเคลื่อนที่โดยอาศัยขาเทียม (pseudopodia) ซึ่ง เกิดจากการไหลของเอกโตพลาสมที่มีทิศทางการไหลไดหลายรูปแบบ อมีบาที่ทําใหเกิดโรคในคน (pathogenic amoeba) เปนอมีบาที่มีความสําคัญมาก แบงไดเปน 2 กลุม คือ 1 อมีบาที่เปนปรสิตในคน (parasitic amoeba) ไดแก Entamoeba. histolytica 2 อมีบาที่ดํารงชีพแบบอิสระแตสามารถกอโรคในคนได (free-living amoeba) เชน Naegleria fowleri และ Acanthamoeba spp. อมีบาที่เปนปรสิตและกอโรคในคน (pathogenic amoeba) Entamoeba histolytica โรค : Amoebiasis การกระจายทางภูมิศาสตร :พบไดทั่วโลก โดยเฉพาะเขตรอน ในประเทศกําลังพัฒนา รูปราง : - โทรโฟซอยต : ขนาดประมาณ 20-30 µm บางครัง้ อาจมีขนาดใหญถึง 60 µm มี รูปรางไมแนนอน ภายในโทรโฟซอยตมีเพียง 1 นิวเคลียส - ซิสต :ขนาดประมาณ 10-20 µm มีรูปรางกลมหรือกลมรี มีผนังหุมตัว แตจะมีจํานวน 1-4 นิวเคลียส ซิสตทนอยูในที่ชื้นแฉะได นาน 8 วัน ในน้ําได 9-30 วัน ในน้ําเย็น 4o เซลเซียส จะอยูไดนาน 3 เดือน แตจะถูกทําลายดวย ความแหงที่อุณหภูมิ 50o เซลเซียสหรือน้ํายาฟอรมาลินความเขมขนรอยละ 5 ในเวลา 30 วินาที วงจรชีวติ : ในวงจรชีวติ ของ E. histolytica มีระยะสําคัญอยู 2 ระยะคือ โทรโฟซอยต และซิสต ระยะโทรโฟซอยตเปนระยะที่โปรโตซัวอยูใ นสภาพแวดลอมที่เหมาะสม มีการกินอาหาร ขับถาย และสืบพันธุ โดยปกติโทรโฟซอยตจะอาศัยอยูในผนังหรือชองวางของลําไสใหญสวน colon โดยเฉพาะในสวน cecum และ sigmoidorectum และเมื่อสภาพแวดลอมเปลี่ยนแปลงไปไม เหมาะสมในการดํารงชีวิตจะมีการสรางซิสตเกิดขึ้น พบระยะซิสตเฉพาะใน lumen ของลําไส ใหญเทานั้น ซึ่งตอมาจะถูกขับออกพรอมกับอุจจาระ หากคนกินอาหารที่ปนเปอนดวยซิสตระยะ ติดตอ (ซิสต 4 นิวเคลียส) เขาไป โปรโตซัวจะออกจากซิสตในลําไสเล็ก (excystation) กลายเปนระยะโทรโฟซอยต การกอโรค: คนไดรับอะมีบาจากการบนเบื้อนอาหาร และน้ําดื่มจากการบนเบือ้ น ของอุจจาระใน แหลงน้ํา หนือใชอุจจาระทําปุย หรือจากผูปรุงอาหารและบริกรไมรกั ษาความสอาด นอกจากนี้

2 แมลงวันยังนําซิสตมาสูอาหารเวลามาตอมอาหารทั้งจากการติดตามขา และจากการสํารอกขณะ มากินอาหาร อะมีบาระยะโทรโฟซอยตปลอย proteolytic enzyme ที่มาจาก lysosomal-like vesicle ที่ผิวของอะมีบารวมกับ cytotoxic substance ที่มาจากเม็ดเลือดขาว ทําใหเกิดการสลายตัวของ mucosa และ submucoa เริ่มจากมีการขาดเลือดเขามาเลี้ยงและมีการอุดตันของเสนเลือด การ เกิดพยาธิสภาพภายในรางกายซึ่งแบงออกเปน 2 กลุมใหญ คือ กลุมที่มีพยาธิสภาพภายใน ลําไส ที่สําคัญไดแก amoebic colitis หรืออาจมีการอักเสบในบริเวณอื่นรวมดวย เชน ไสตงิ่ อักเสบ (appendicitis) และกลุมที่มีพยาธิสภาพนอกลําไส ที่สําคัญคือฝบิดในตับ (amoebic liver abscess) พยาธิสภาพทีล่ ําไสเริ่มที่ mucosa ของ caecum ที่ลําไสใหญสว นตน และอาจพบที่ sigmoid colon ไดเชนกันแผลที่เกิดมีลกั ษณะปากแผลแคบแตกนแผลกวาง (flask shape) แผล จะลุกลามไปจนถึงชั้น muscularis mucoase ทอน้ําเหลืองและหลอดเลือด ซึ่งจะสามารถ กระจายไปยังอวัยวะอื่นนอกลําไสไดแก ตับ ปอด ผิวหนัง และสมองได นอกจากนี้ยังพบวาที่แผลบริเวณผนังสําไสจะมีแบคทีเรียเขาไปรวมดวยทําใหเม็ดเลือด ขาวชนิด neutrophil สูงขึ้น ปากแผลจะขายใหญ เมื่อเปนแผลเปนเวลานานจะเกิดกอนทูมที่ เรียกวา amoeboma ซึ่งเปนกลุมเนื้อตายและมีอะมีบาอยูภายใน พยาธิสภาพตับจะเกิด lytic necrosis ทีผนังของเสนเลือด ตอมาอะมีบาจะเขาสู periportal sinusoid และ lobule ทําใหเกิด amoebic hepatitis และตามดวย amoebic liver abscess ในระยะแรกโพรงฝมีขนาดเล็กเสนผานศูนยกลาง 2-3 มม. ตอมาขยายใหญและมีวุนสี เหลืองกลายเปนโพรงฝ ฝบิดที่ตบั จะแตกทะลุผานกระบังลมไปสูปอดได อาการ ระยะฟกตัว 2-5 วัน ในรายที่ไดรับสายพันธุที่มีความรุนแรงผูปวยจะเกิดอาการเร็วแต ผูปวยบางรายจะเกิดอาการคอยเปนคอยไป เริ่มจากอาการทองเดิน ปวดจุกเสียดทอง รวมกับ อาการออนเพลีย เบื่ออาหาร น้ําหนักลด อาจมีอาการทองผูกสลับทองเดิน ผูปวยที่มีลําไสอักเสบ จะมีอาการปวดทอง ทองเดิน น้ําหนักลดอยางรวดเร็ว ขาดน้ํา และอาจมีอาการรวมกับอาการของฝในตับ ผูปวยตับอักเสบมักเปนทีต่ บั ขางขวา จะมีอาการปวดชายโครงขวากดเจ็บบริเวณใตชาย โครงขวาบริเวณตับ ออนเพลีย น้ําหนักลด ไขไมสูง การทํางานของตับเปนปกติ ผูปวยที่มีฝในปอด มักเปนที่ปอดดานขวา ผูปว ยมีอาการหายใจขัดลําบาก บางคนมี เสมหะสีแดงปนน้ําตาล การวินิจฉัย : วิธวี ินิจฉัยที่แนนอนที่สุดคือการตรวจพบ hematophagous trophozoites ไมวาใน อุจจาระหรือในโพรงฝหนอง สําหรับการตรวจทางน้ําเหลือง (Serology) เพื่อหาแอนติบอดีตอ

3 เชื้อ E. histolytica พบวาใหผลบวกประมาณ 75-100% สําหรับโรคอมีบานอกลําไสสามารถ ตรวจหาอมีบาจากการดูดหนองฝมาตรวจ โดยเฉพาะบริเวณเนือ้ เยื่อขอบฝซงึ่ มีอมีบาอาศัยอยู มาก การรักษา : Asymtomatic Idoquinol 650 mg tid x 20 d Paromomycin 25-35 mg/kg/d x 7 d Diloxanide furoate 500 mg tid x 10 d Colitis Metronidazole 500-750 mg tid x 7-10 d Tinidazole 2 g/ day in 3 doses x 3 d Extraintestinal Metronidazole 750 mg tid x 7-10 d Tinidazole 800 mg tid x 5 d ดูดเอาหนองออกถาฝมีขนาดใหญเสนผาศูนยกลางเกิน 5 ซม. การควบคุมปองกัน : ทําไดโดยการตัดวงจรชีวติ ของปรสิตเพือ่ กําจัดไมใหระยะ ติดตอถายทอดสูคน โดยใหการตรวจและรักษาโรคตั้งแตระยะเริ่มแรก พรอมทั้งควบคุมและ สงเสริมใหมีการสุขาภิบาลเบื้องตนและสุขอนามัยสวนบุคคลที่ดี เชน การปรับปรุงระบบ สาธารณูปโภคใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนะนําใหประชาชนกินอาหารและดื่มน้ําที่สะอาดและ สุก ลางมือทุกครั้งกอนรับประทานอาหาร และถายอุจจาระลงในสวมเสมอ อมีบาที่ดํารงชีพอิสระแตกอโรคไดในคน (pathogenic free-living amoeba) Naegleria fowleri และ Acanthamoeba spp. โดยปกติแลวอมีบาทั้ง 2 ชนิดนี้ดํารงชีพแบบอิสระในสิ่งแวดลอม แตในปจจุบนั พบวา สามารถกอโรคไดในคน จึงมีการศึกษาถึงอมีบาทั้งสองตัวนี้อยางแพรหลายมากขึน้ กายรูปวิทยาและวงจรชีวติ : - N. fowleri ในวงจรชีวติ มีรูปรางได 3 แบบ คือ โทรโฟซอยต ซิสต และแฟลกเจลเลต โทรโฟซอยตมีขนาด 10-20 µm นิวเคลียสมีคาริโอโซมกลมใหญลอ มรอบดวยวงใส ระยะนีจ้ ะ เคลื่อนที่ไดอยางรวดเร็ว โดยอาศัย pseudopodia ที่มีลักษณะทูก ลม (lobopodia) คลาย E. histolytica และมีการแบงตัวเพิ่มจํานวนอยางรวดเร็วภายใตสภาพเแวดลอมที่เหมาะสม ในบาง สภาวะโทรโฟซอยตอาจเปลี่ยนรูปรางชัว่ คราวเปนแฟลกเจลเลตซึ่งมีแฟลกเจลลัม 1-4 เสน หรือ เปลี่ยนเปนซิสตรูปรางกลม มีผนังซิสตเรียบ ซึ่งซิสตจะมีความตานทานต่ําตอความแหง และจะ

4 ไมพบซิสตในเนื้อเยื่อของโฮสต อยางไรก็ตามเมื่อสภาวะเปลี่ยนมีอาหารอุดมสมบูรณ อมีบาจะ ออกจากซิสตเปนระยะโทรโฟซอยต - Acanthamoeba spp. มี 2 รูปในวงจรชีวติ คือ โทรโฟซอยต และซิสต ระยะโทรโฟซอยตมี นิวเคลียสคลาย Naegleria แตมีการเคลื่อนที่ชากวา และมี pseudopodia ที่ยื่นเปนแฉก (spiky acanthopodia) เมื่อสภาวะแวดลอมเปลีย่ นไป เชน ขาดแคลนอาหาร อมีบาจะเขาซิสตและจะ ออกจากซิสตใหมถาอาหารอุดมสมบูรณ ระยะซิสตจะมีรูปทรงหลายเหลี่ยม หรือโคงนูน มีผนัง ซิสต 2 ชั้น และมีเพียง 1 นิวเคลียส การติดตอ : อมีบากลุมนี้พบไดทั้งในดินและน้ํา - N. fowleri จะพบในผูปว ยที่เปนคนปกติและมีประวัติไปวายน้ําทําใหไดรับอมีบาเขาสูโพรง จมูก อมีบาจะไชเยื่อบุโพรงจมูกไปตามเสนประสาทสมองคูที่ 1 (olfactory nerve) เขาสูสมอง หรืออาจเขาสูตาโดยตรงในขณะวายน้ําหรือลางหนา อมีบาเขาสมองทําใหเกิดเยื่อหุมสมอง อักเสบ (primary amoebic meningoencephalitis : PAM) - Acanthamoeba spp. มักพบในผูปว ยทีม่ ีสุขภาพทรุดโทรมหรือมีการกดภูมิคุมกัน ซึ่ง อาจไดรับเชื้อเขาสูรางกายทางแผลที่ผวิ หนัง, ตา, หู, อวัยวะสืบพันธและอวัยวะขับปสสาวะ หรือ ทางเดินหายใจ แลวเขาสูส มองโดยผานทางกระแสโลหิต เกิดสมองอักเสบ (granulomatous amoebic encephalitis: GAE) อมีบากลุมนี้ทนทานตอความรอนและสารคลอรีนไดดี การกอโรค: PAM เชื้อมีระยะฟกตัว 2-15 วัน ผูปวยมีอาการปวดศีรษะดานหนาหรือขมับทั้ง 2 ขาง มีไข คอแข็ง ชัก GAE เกิดไดในหลายอวัยวะ อาการคอยเปนคอยไป ผูปวยมีอาการปวดศีรษะ ไขต่ํา นอกจากนี้ยังเกิดกระจกตาอักเสบ (acanthamoebic keratitis) โดยเฉพาะผูท ี่ใชเลนสสัมผัส มี กระจกตาขุน มานตาอักเสบ มีหนองในลูกตา และปวดตารุนแรงจนถึงตาบอดได การวินิจฉัย : ตรวจหาอมีบาในน้ําไขสันหลัง ถาผูปว ยเสียชีวติ สามารถตรวจหาอมีบาจากเนื้อสมอง การปองกัน : ระมัดระวังการสัมผัสกับสิ่งที่สงสัยวามีเชือ้ อมีบา เชน การวายน้ําหรือสัมผัสน้ําที่อาจมี เชื้อ นอกจากนั้นในกรณีของ Acanthamoeba spp. ควรทําการรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นทันที เพราะอาจเปนแหลงแพรเชื้อที่สําคัญ โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง ตา อวัยวะสืบพันธุและอวัยวะ ขับปสสาวะ หรือทางเดินหายใจ และควรระมัดระวังการใชยาประเภทกดภูมิคุมกัน โดยเฉพาะใน ผูปวยที่มีภูมิคุมกันบกพรอง การรักษา: PAM : amphotericin B ขนาด 0.5 มก./กก./วัน GAE : ไมมีรายงานวามีการรักษาใดไดผลดี สวนที่ตา มีรายงานการ ใช clotrimazole รวมกับ Brolene และ Neosporin

5 แฟลกเจลเลต แฟลกเจลเลต มีแฟลกเจลลา อยางนอย 1 เสนในระยะโทรโฟซอยต มี 3 กลุมคือ 1. แฟลกเจลเลตในลําไส ทีส่ ําคัญคือ Giardia lamblia 2. แฟลกเจลเลตในอวัยวะสืบพันธุ คือ Trichomonas vaginalis 3. แฟลกเจลเลตในเนื้อเยื่อและโลหิต ไดแก Leishmania spp. และ Trypanosoma spp. Giardia lamblia ในวงจรชีวติ มี 2 ระยะคือ โทรโฟซอยตและซิสต โทรโฟซอยตขนาดยาว 9.5-21 µm. กวาง 5-15 µm. ดานทองมีจานดูดและมีหนวด (flagella) 4 คู ซิสตขนาดยาว 8-12 µm. กวาง 7-10 µm. ภายในมี 2-4 นิวเคลียส และมีหนวดที่หดอยูกลางซิสต ระบาดวิทยา: คนไดรับเชื้อจากการปนเปอนอาหารและน้ําดื่มดวยระยะซิสต พบมากที่มีคนอยูแออัด และสุขอนามัยไมดี พบมากในเด็ก การกอโรค: เกิดจากพยาธิกอใหเกิดความระคายเคืองตอเยื่อบุผวิ ไมมีการไชเขาในเยื่อบุผวิ ทําให villi ของลําไสหดสั้นลง เกิดการดูดซึมอาหารที่ผิดปกติ (malabsorpion syndrome) ลําไสไมดูด ซึมไขมันทําใหมีไขมันใจอุจจาระสูง (steatorrhoea) อาการ: 1. กลุมที่ไมมีอาการ 2. กลุมมีอาการเฉพาะโรค คือ หลังจากระยะฟกตัวประมาณ 2 สัปดาหผูปวยจะมีอาการ ปวดทองเกร็ง ทองเดิน อุจจาระเหลวเปนน้ํา ออนเพลีย น้ําหนักลด อาการจะคงอยูประมาณ 6 สัปดาห แลวจะลดนอยลง โดยที่ยังมีเชื้ออยูได 3. กลุมอาการรุนแรง กลุมนี้พบไดนอยมาก มีความสัมพันธกับภาวะไมมีกรดใน กระเพาะอาหาร (achlorhydria) ภูมิคุนกันบกพรอง และการขาดสารอาหาร การวินิจฉัย: ตรวจหาโทรโฟซอยตหรือซิสตในอุจจาระ การตรวจหา antigen ในอุจจาระดวยการทํา ELISA การรักษา: Metronidazole 250 มก.วันละ 3 เวลาหลังอาหาร นาน 5 วัน การปองกัน: ดื่มน้ํา และกินอาหารที่สะอาด

6 Trichomonas vaginalis ในวงจรชีวติ มีระยะเดียวคือ trophozoite รูปรางคลายลูกแพร ดานหัวมีแฟลกเจลลา ยื่น ออกมา 4 เสน ตามธรรมชาติอาศัยอยูบ ริเวณชอคลอด ตอมลูกหมาก หรือทอปสสาวะ ติดตอ โดยการมีเพศสัมพันธ ดังนั้นจึงพบมากในสตรีวัยเจริญพันธุ (16-33 ป) เชื้อไมชอบชองคลอด ปกติเนื่องจากมีความเปนกรดสูง แตเชื้อชอบชองคลอดที่เปนดางเล็กนอย เชื้อไมทนตอสภาวะ แหง การกอโรค: ถามีจํานวนนอยไมกอใหเกิดอะไรที่ชัดเจน แตถามีเชือ้ โปรโตซัวมาก จะเกิดการลายตัว และหลุดลอกของเยื่อบุชองคลอด เริ่มจากเซลลบผุ ิวของชองคลอดเหี่ยว แตตามดวยการ สลายตัวของเม็ดเลือดขาว ทําใหมีการอักเสบของเนื้อเยื่อ อาการ: ระยะฟกตัว 4-28 วัน ผูหญิง มีอาการตกขาว (leukorhea) คันบริเวณปากชองคลอดและในชองคลอด ตกขาว มีสีเขียวเหลืองเปนฟองเปยกชุมไปทัว่ ทอทางเดินปสสาวะ ปสสาวะลําบากแสบขัด มักเปนชวง หลังการมีประจําเดือนและอาจพบเลือดออกเปนจุดที่ชองคลอด นอกจากนี้อาจพบมีการอักเสบ ของปากชองคลอด (vulvitis) ผูชาย มักไมมีอาการ แตอาจพบการระคายเคืองของทอทางเดินปสสาวะ และตอม ลูกหมากอักเสบ การรักษา: Metronidazole 2 ก. ครั้งเดียว หรือ 500 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน การปองกัน: ใหความรูกบั ประชาชนเกี่ยวกับการปองกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ เชน การใช ถุงยางอนามัยในการรวมเพศ THE BLOOD AND TISSUE FLAGELLATES Flagellates ที่อาศัยอยูในเลือดและเนื้อเยื่อของคนมี 2 genus คือ Genus Leishmania และ Genus Trypanosoma ที่สําคัญและอาจพบไดในประเทศไทยคือ Leishmania tropica วงจรชีวติ ของ flagellates ที่อาศัยอยูในกระแสเลือดและเนื้อเยือ่ ในวงจรชีวติ ของ flagellates ที่อาศัยอยูในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อจะประกอบดวย ระยะตางๆ 4 ระยะ มีรูปรางตางกัน ไดแก Amastigote Promastigote Epimastigote Trypomastigote

7 GENUS LEISHMANIA ใน Genus Leishmania นี้ วงจรชีวติ จะมี 2 ระยะ คือ 1. Amastigote form ระยะนี้จะอยูในเซลลของ host เชน macrophage เปนระยะที่ทําให เกิดพยาธิสภาพ 2. Promastigote fornm ระยะนี้จะอยูใน midgut และ proboscis ของแมลงริน้ ฝอยทราย (sand fly) ใน Genus Phlebotomus ซึ่งแมลงกลุมนี้เปน vector ที่จะนําพยาธิ leishmania มาสูคน ดังนั้นระยะ promastigote เปนระยะติดตอ DRY OR URBAN CUTANEOUS LEISHMANIASIS เกิดจาก Leishmania tropica การกระจายทางภูมิศาสตร: พบวามีการระบาดแถบประเทศรอบทะเลเมดิเตอเรเนียน ตะวันออกกลาง ในอินเดียมี การระบาดเพียงบางเมือง ในทวีปอัฟริกามีการระบาดแถบทะเลทราย ซาฮาราตะวันตก เชน มอ รอคโค อัลจีเรีย และตูนีเซีย สําหรับประเทศไทยไดมกี ารพบโรคนี้ไดบาง โดยผูปวยเปนผูที่ไป ทํางานในตะวันออกกลาง และไดรับเชื้อมาจากประเทศเหลานั้น การติดโรคในประเทศไทย จริงๆ ยังไมพบ ในคนจะพบระยะ amastigote ใน endothelial cell ของเสนเลือดฝอยในบริเวณทีต่ ิดเชื้อ นอกจากนี้ยังพบไดใน ตอมน้ําเหลืองบริเวณใกลเคียง ในเม็ดโลหิตขาวชนิด mononuclear และ ชนิด neutrophil อาจพบใน น้ําเหลืองจากแผล แตจะไมพบในกระแสโลหิตในบริเวณที่อยูไกล จากแผลออกไป ตามปกติแลว L. tropica จะไมลุกลามไปบริเวณอื่น และไมลุกลามเขาสู endothelial cells ของ อวัยวะภายใน ระบาดวิทยา: Urban cutaneous leishmaniasis เปนโรคที่เกิดในคน (anthroponosis) การถายทอด เกิดโดยการกัดของแมลงริ้นฝอยทราย (sand fly) ซึ่งเปนพาหะนําโรค มีการพบโรคนี้ในสุนัข ดวย แตไมมีการพบวามีสตั วปาเปน reservoir host พยาธิสภาพ และพยาธิสภาพกําเนิด: เมื่อ sand fly ที่มีเชื้อระยะ promastigote ของ L. tropica กัดกินเลือดคน เชือ้ ที่อยู บริเวณ proboscis จะเขาสูผ ิวหนัง และถูกกินโดยเม็ดเลือดขาวที่อยูบริเวณนั้น ถาเชื้อถูกกิน โดย neutrophil หรือ lymphocyte เชื้อจะตาย แตถาถูกกินโดย macrophage เชื้อจะเปลีย่ น รูปรางเปน amastigote form การเขาสู macrophage กระทําโดยการที่เชื้อจะ fix complement บริเวณผิวของเชื้อโดยวิธที างออม (alternative pathway) และจะเขาสู macrophage ไดอยาง รวดเร็ว หลังจากนั้น amastigote จะมีการแบงตัวเพิ่มจํานวนโดยวิธี longitudinal binary fission เพิ่มจํานวนจนเต็มเซลล จนกระทั่งเซลลแตก เชื้อจะกระจายไปเขาสู macrophage ตัวอื่นๆและ มีการแบงตัวเพิ่มจํานวนอยางรวดเร็ว ผลคือจะทําให epithelium บริเวณที่ปกคลุมอยูมีพยาธิ

8 สภาพเปนแบบ acanthosis hyperkeratosis necrosis และ ulceration ตามลําดับ เมื่อแผล หายจะมี granulation tissue เกิดขึ้น เมื่อดูลักษณะแผลจาก gross specimen จะเห็นวาแผลมี ขอบนูน ตรงกลางแผลบุมลึกลงไป กนแผลถูกคลุมดวย granulation tissue อาการ: incubation period มีไดตั้งแต 2-3 วัน ถึง 6 เดือน โดยมากแลว incubation period จะ นาน Primary lesion จะเกิดบริเวณทีท่ ี่แมลงริ้นทรายกัด รอยแผลมีไดหลายแบบ ชนิดทีเ่ ล็ก ที่สุดคือ papules เปนลักษณะตุมนูนจากผิวหนังมีสีมวงแดง ขนาด 2 ถึง 10 มม. ตุมพวกนี้ไมมี แผล และจะอยูนานหลายเดือน ในที่สุดจะหายไปโดยไมมีแผลเปนเกิดขึ้น รอยแผลที่ใหญกวา จะเปนลักษณะ nodules ซึ่งจะเปนตุมนูนมากกวา papules รอยโรคพวกนี้จะไมเจ็บ และจะอยู ไดนานหลายเดือนกอนที่จะหายไปเอง รอยโรคอีกแบบหนึ่งคือมีลักษณะเปนแผล (ulcer) ที่มีขอบดานขางนูนแข็งมีสีมวงแดง แผลจะแหงไมมีน้ําเหลืองหรือน้ําหนอง บริเวณกนแผลมี granulation tissue ถาหากไมมี secondary bacterial infection แลว แผลจะไมเจ็บ และหายไดเองภายใน 9 เดือน และมี แผลเปนเกิดขึน้ แตถาหากมี secondary bacterial infection ผูปวยจะรูสึกเจ็บบริเวณแผล การวินิจฉัย: กระทําโดยการตัดขอบแผล และยอมดวย Giemsa's หรือ Wright's stain เมื่อดูจาก กลองจุลทัศนจะพบ amastigote form ภายใน granulation tissue ,endothelial cells และ large mononuclear leukocytes แตจะไมพบ amastigote form ภายในกระแสโลหิต การทํา skin test โดยการฉีดเชื้อ leishmania หรือ trypanosoma ของสัตวเลี้ยงลูกดวย นมในระยะ promastigote เขาใตผวิ หนัง(intradermal injection) การทดสอบทางผิวหนังอาจให ผลบวกลวงไดในบางกรณี ถาหากทําการทดลองในรายที่มีรอยโรคกลับ จะใหผลบวกทีช่ ัดเจน (strongly positive) การทํา serologic test อื่นๆใหผลที่ชว ยในการวินิจฉัยนอยมาก การรักษา: 1.Drug of choice ในการรักษาคือยาในกลุม Pentavalent antimony (sodium stilogluconate)ในชื่อการคาวา PENTOSTAM 2. Meglumine antimoniate 3. Amphotericin B 4. Ketoconazole 5. Metronidazole และ rifampicin มีบางรายงานวาใชไดผล 6. Cryosurgery สามารถตัดเอารอยโรคออกโดยไมมีแผลเปนได

9 การปองกัน: 1.ปองกันมิใหแมลงริ้นทรายกัด โดยการ 1.1 นอนกางมุง มุงที่ดีควรมีรูประมาณ 45 รูตอตารางนิ้ว 1.2 นอนบนชัน้ 2 หรือหลังคาบาน ทั้งนี้เพราะ ริ้นฝอยทรายที่เปนพาหะมีนิสัย การกัดคือกัดกลางคืนแตแมลงพวกนี้จะบินไมสูงจากพื้นดินมากนัก การนอนในที่สูงๆจะชวย ปองกันได 1.3 ทายากันแมลงกัด เชน Dimethylphthalate 2.การทําลายแมลงโดยการพน DDT จะฆาตัวแกไดดี สวนตัวออนกําจัดไดยาก อาจ ควบคุมโดยการกําจัดขยะ 3.การปองกันการแพรกระจายจากคนที่เปนโรคโดยการปดแผลไวไมใหริ้นฝอยทรายมา กัด 4.ทําลายสัตวทีเปน reservoir host ไดแก สุนัข สัตวฟนแทะ(rodent) และสัตวเลี้ยงลูก ดวยนมบางชนิด เอกสารอางอิง Beaver PC, Jung RC, Cupp EW. Clinical parasitology 9th eds. Philadelphia: Lea&Febiger, 1984 Robert LS, Janovy J. Foundations of parasitology 5th eds. United States of America: Times Mirror Higher Education Group, Inc. 1996. นิมิตร มรกต, เกตุรัตน สุขวัจน ปรสิตวิทยาทางการแพทย โปรโตซัวและหนอนพยาธิ เชียงใหม: โครงการตํารา คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม 2539 ประยงค ระดมยศ, สุวณี สุภเวชย, ศรชัย หลูอารียส ุวรรณ ตําราปรสิตวิทยาทางการแพทย กรุงเทพฯ: เมดิคัล มีเดีย 2539.


Amoeba